โจรแจกหนัง EP.2 จับผู้ร้ายไร้ตัวตน หวังพึ่ง พ.ร.บ.คอมฯ ใหม่ บล็อกเว็บทันใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843727


เมื่อเจ้าของเว็บดูหนังออนไลน์ในคราบนักบุญทำผิดกฎหมายแบบคาหนังคาเขา แต่ยังคงลอยหน้าลอยตาจากการฉกผลงานของผู้สร้างสรรค์มาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอยู่เรื่อยมา ขณะที่ ทางภาครัฐก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ เสมือนเล่นวิ่งไล่จับเงาที่ไร้ตัวตน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอพาผู้อ่านไปเจาะปัญหาที่เกิดขึ้นว่า…เพราะอะไรกัน? ทำไมภาครัฐถึงยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันโจรพวกนี้เสียที และพ.ร.บ.คอมฯ ฉบับใหม่ ที่ทางเจ้าของผลงานต่างฝากความหวังไว้ จะจัดการปัญหาพวกนี้ให้สิ้นซากได้หรือไม่ โปรดติดตาม…

รู้จัก ‘หน่วยงานรัฐ’ และบทบาทหน้าที่เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ทางเว็บไซต์

ถ้าพูดถึงเรื่องเว็บไซต์ดูหนังออนไลน์ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอาหนังมาฉายโดยเป็นการแสวงหาประโยชน์สู่ตัวเองนั้น จะมีหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบหลักๆ ได้แก่

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ชื่อเดิมคือกระทรวงไอซีที) หัวเรือใหญ่ที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผนส่งเสริม พัฒนา และดําเนินกิจการเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดูแลเรื่องการกระทำผิดทางเทคโนโลยี ตามอำนาจของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 รอผลบังคับใช้)
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ตามอำนาจของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์, พ.ร.บ.การเงินการธนาคาร, พ.ร.บ.ภาษี, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ฯลฯ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหน่วยงานที่ดูแลคุ้มครองเรื่องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา

เจาะปัญหาภาครัฐ เหตุไฉน…จับ ‘โจรแจกหนัง’ ไม่ได้สักที?

1. อยากจับ…แต่เจ้าของหนังไม่ให้อำนาจ
“ผมอยากจับนะ แต่ผู้เสียหายไม่ให้อำนาจตำรวจในการจับเลย” พ.ต.ท.พลชัย กิจกุลธนันต์ รองฯ ผกก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) มือจับโจรขโมยหนัง กล่าวประโยคแรกด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนเล่าต่อว่า คดีลิขสิทธิ์เป็นความผิดส่วนตัว จะต้องมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ และเมื่อมีการตกลงกันชดใช้ค่าสินไหมจนเป็นที่พอใจ ผู้เสียหายก็สามารถยอมความได้ ตำรวจก็ไปดำเนินคดีต่อไม่ได้เพราะยอมความแล้ว ไม่เหมือนคดีเครื่องหมายการค้าที่แม้ไม่มีผู้เสียหายตำรวจก็เข้าไปจับได้ทันที

“เมื่อปี 2559 มีคดีละเมิดลิขสิทธิ์หนัง 3 คดี และผลคดีปรากฏว่า ผู้เสียหายออกมาถอนคำร้องทุกข์ คดีก็ไม่ได้ดำเนินต่อก็ถือว่าจบกันแค่นั้น ตำรวจทำอะไรต่อไม่ได้ และยังไม่เคยมีคดีที่สู้กันถึงที่สุด เพราะเป็น ความผิดที่เขาตกลงกันได้ กฎหมายเปิดช่องให้เขายอมความ มีการชดใช้สินไหม เราก็ห้ามเขาไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องเอกชน”

ส่วนเบื้องหลังของการถอนคำร้องทุกข์นั้น เป็นเพราะอะไร พ.ต.ท.พลชัย อธิบายว่า “บางครั้งเจ้าของเว็บไซต์ดูหนังได้ชดใช้ค่าสินไหมให้ผู้เสียหายจนพึงพอใจก็เป็นอันยอมความกัน เพราะผู้เสียหายไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลหลายรอบ อีกทั้ง เจ้าของเว็บไซต์เองก็ยินดีที่จะจ่ายตามความพอใจเลย ส่วนจะไปขโมยหนังมาลงออนไลน์ต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันอย่างไร หากผู้เสียหายบอกว่า ทำต่อได้แต่ต้องจ่ายเพิ่ม เจ้าของเว็บก็จ่ายเพิ่มและละเมิดลิขสิทธิ์ต่อไปก็ย่อมได้…”

2. อยากจับ…แต่ยังหาตัวคนผิดไม่เจอ เซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ
นายขจิต สุขุม ผอ.สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงปัญหาในการจับกุมกลุ่มนักฉกหนังว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ทราบตัวคนที่เอาหนังใส่เข้าไปในเว็บไซต์ ไม่มีจำเลย ไม่มีมนุษย์ที่เป็นผู้ร้าย จึงไม่รู้ว่าจะดำเนินคดีกับใคร เพราะหนังทั้งหลายที่อยู่บนเว็บไซต์ มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ ขณะที่กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยก็มีอำนาจไม่ถึง รวมทั้ง ยังต้องขอความร่วมมือจากต่างประเทศให้ช่วยจัดการด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ต่างประเทศจะให้ความร่วมมือด้วยหรือเปล่า

“กรมทรัพย์สินฯ ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลฯ พยายามที่จะใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการแก้ปัญหา ถ้าไม่ยอมเอาหนังลงเราก็อาจจะขอบล็อก แต่ว่าวิธีนี้ยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะในส่วนของงานลิขสิทธิ์ จะต้องเป็นเจ้าของสิทธิ์ร้องทุกข์ และดำเนินการ ดังนั้น ถ้าให้เราจัดการโดยไม่มีเจ้าของสิทธิ์มาร้องทุกข์มันจึงไม่ง่าย” ผอ.สำนักลิขสิทธิ์ กล่าว

3. อยากจับ…แต่ พ.ร.บ.คอมฯ 2550 ไม่ได้ให้อำนาจปอท.
พ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กล่าวว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ดูหนังออนไลน์ยังไม่อยู่ในความผิด พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับเก่าปี 2550 (ฉบับใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้) ทำให้ ปอท. ไม่มีอำนาจในการดำเนินการจับกุม แต่ก็มีหน่วยงานอย่าง ปอศ. รับผิดชอบด้านพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ซึ่งได้จับกุมกันโดยตลอดเพียงแต่อาจจะไม่ได้ออกข่าวเท่านั้น

“หลังจากที่ พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับใหม่นี้มีผลบังคับใช้ ตามมาตรา 20 (3) ทาง ปอท. ถึงจะมีอำนาจในการเข้าไปดำเนินการปัญหานี้ได้ และคาดว่าจำนวนเว็บจะต้องลดลง เพราะมีการประชุมหาทางแก้ปัญหากันแล้ว อีกทั้ง ยังเป็นนโยบายของรัฐบาลในเรื่องลิขสิทธิ์ไม่ใช่เฉพาะหนัง ฉะนั้นก็ต้องทำให้เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์หมดไปหรือน้อยลงไปให้ได้” พ.ต.อ.สยาม กล่าว

ปิดกั้นได้…แม้เซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ

พ.ต.อ.สยาม กล่าวถึงกรณีที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจนอกประเทศ แต่ก็ใช้วิธีการปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชนที่อยู่ในประเทศแทน ส่วนจะมีเว็บดูหนังออนไลน์ผุดขึ้นมาอีกหลายร้อยเว็บก็เป็นเรื่องที่กระทรวงดิจิทัลฯ และ กสทช. มีวิธีการจัดการ”

หวังพึ่ง พ.ร.บ.คอมฯ ใหม่ บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์หนังทันใจ

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ระบุว่า จากเดิมหากจะปิดบล็อกเว็บเหล่านี้ จะต้องรู้ตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันยากมากที่จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดในระยะเวลาอันสั้น และคิดว่าจะต้องมีการฟ้องร้องด้วย เพราะบางครั้งผู้กระทำความผิดใช้เซิร์ฟเวอร์จากต่างประเทศ ซึ่งกว่าจะหาเจอก็ใช้เวลานาน

แต่หากเป็น พ.ร.บ คอมฯ ฉบับใหม่ ที่ออกมานี้ มาตรา 20 (3) ระบุว่า ‘ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายอื่นซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้นหรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ร้องขอ’

ถึงแม้ไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line หรือ Account ใดๆ สามารถเข้าไปปิดได้ทันที ไม่ต้องไปร้องต่อศาล เพียงแค่เอา URL, Line, Account มาก็สามารถปิดได้เลย พ.ร.บ คอมฯ ฉบับใหม่ก็จะมีประสิทธิภาพในส่วนนี้

“ผมคาดว่าหาก พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับใหม่นี้ประกาศใช้ จะทำให้เว็บไซต์ดูหนังฟรีต่างๆ จะเอาหนังออกมาให้ดูออนไลน์ได้น้อยลง ขณะที่ เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถปิดกั้นได้มากขึ้น” นายไพบูลย์ คาดการณ์

เจ้าของหนังแก้ปัญหาปลายเหตุ ปิดหนึ่งเว็บ เปิดต่อเป็นร้อย

ขณะที่ พ.ต.ท.พลชัย กล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่เจ้าของหนังมักจะเข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า มีการละเมิดลิขสิทธิ์หนังของเขากับตำรวจ จากนั้น นำบันทึกแจ้งความไปร้องที่กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อขอให้ปิดเว็บไซต์เหล่านี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ก็จะปิดให้เลยรวดเร็วกว่า แต่ปัญหาคือ เมื่อปิดได้แล้วก็เปิดกันขึ้นมาใหม่อีกเป็นร้อยๆ เว็บ มันจึงเป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เจ้าของหนังไม่ได้มอบอำนาจให้กับตำรวจในการสืบสวนจับกุมเลย บางครั้ง เจ้าของหนังก็ให้เหตุผลว่า ไม่มีงบพอที่จะไปตามจับบ้าง หรือไม่อยากเสียเวลาตามจับ สุดท้ายแล้วเจ้าของหนังก็เอาบันทึกแจ้งความไปต่อรองเรียกค่าสินไหมกับเว็บไซต์แทน

“เจ้าของหนังไม่ประสงค์ที่จะให้ตำรวจดำเนินคดีจนผู้ต้องหาติดคุก แต่กลายเป็นว่า ตำรวจเป็นเครื่องมือในการไปจับเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาต่อรองเรียกค่าเสียหายกันเองมากกว่า” รองฯ ผกก.3 บก.ปอศ. กล่าว

ไล่บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ เหมือนเว็บโป๊ ทำได้หรือไม่?

การแก้กฎหมายให้ไล่บล็อกเว็บดูหนังออนไลน์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์แบบเว็บหนังโป๊ทำได้หรือไม่? พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. อธิบายว่า “หนังเหมือนชิ้นงานสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งที่มีคนผลิตขึ้นมา และผู้ผลิตอาจจะขายให้คนอื่นไปเผยแพร่ต่อ ซึ่งตำรวจไม่อาจทราบได้ว่าเขาขายให้ใครบ้าง เว้นแต่ว่าผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์หนังออกมาบอกว่าเว็บไซต์นี้ไม่ได้รับอนุญาตจากเขาให้เผยแพร่ เมื่อนั้นตำรวจถึงจะรู้ ดังนั้น เราจะปิดกั้นเหมือนกับพวกเว็บโป๊ที่เห็นโจ่งแจ้งแบบนั้นไม่ได้”

คนดู-คนแชร์ หนังละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดไหม?

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ เผยว่า สำหรับคนที่เข้าไปดูหนังออนไลน์ยังไม่มีความผิด แต่ในเมืองนอกอย่างประเทศอังกฤษ ประเทศอเมริกาหรือในยุโรปหลายๆ ประเทศ เริ่มจะเอาผิดกับคนที่ดูและแชร์ต่อแล้ว แต่ของประเทศไทยยังไม่มีการเอาผิดถึงขั้นนั้น ส่วนการแชร์ต่อๆ กันศาลไทยยังอนุโลมให้อยู่ ยังถือว่าเป็นขอบเขตการใช้ส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการแชร์ให้บุคคลจำนวนมาก โดยหลักแล้วก็ถือว่าเป็นการละเมิดแน่นอน ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์

แนะ ‘เก็บภาษี’ เพิ่ม หากสื่อ Social Media ไม่ระงับการละเมิดลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ นายไพบูลย์ ยังได้เสนอแนวทางให้ Social Media มีความรับผิดชอบมากขึ้น เนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ผ่านสื่อ Social Media ดังนั้น บางประเทศจึงเลือกใช้มาตรการกดดันทางภาษี โดยการไปติดต่อกับ Youtube, Facebook หากพบว่าไม่มีการปราบปรามจะมีการประเมินภาษีย้อนหลังจากยอดที่เข้าไปดู เมื่อเกิดมาตรการลักษณะนี้ขึ้นมาก็ทำให้สื่อ Social Media เกิดการตื่นตัวและมีการระงับมากขึ้น

“การเข้าไปดูหนังออนไลน์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาก็เป็นสิทธิเสรีภาพอย่างหนึ่ง แต่ว่าในมุมที่เราใช้สื่อที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาก มันจะก่อให้เกิดปัญหา ทางการสร้างสรรค์ผลงาน ลิขสิทธิ์มันจะน้อยลงเนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์เองหรือนักแสดงที่ดำเนินการ หรือนายทุนต่างๆ ก็จะไม่มีปัจจัยในการเอื้อต่อการลงทุน ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานน้อยลงการละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้น ภาพลักษณ์ของประเทศก็จะแย่ลงด้วยในสายตาประเทศต่างๆ ทั่วโลก” นายไพบูลย์ ฝากทิ้งท้าย

ขณะเดียวกัน ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อไปยัง ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์หนังบนเว็บไซต์ แต่ ดร.พิเชฐ ขอปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายป้องปรามอย่างจริงจังแค่ไหน หรือรอความหวังในวันที่ พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับ 2560 บังคับใช้ แต่ก็ดูเหมือนว่า จะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะนักสร้างสรรค์ผลงานหลายต่อหลายท่านต่างค่อยๆ ถอยหลังให้วงการหนัง เพราะไม่มีกำลังใจ ทำไปแล้วคนก็เลือกไปดูฟรีบนออนไลน์ เรื่องแบบนี้คงจะไม่มีใครถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีเท่ากับเจ้าของลิขสิทธิ์หนัง…พวกเขาคิด พวกเขารู้สึกอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้.

อ่านเพิ่ม

โจรแจกหนัง EP.1 แฉเบื้องหลังเว็บดูหนังฟรี ไล่สูบผลงานชาวบ้าน สร้างรายได้อู้ฟู่!

โจรแจกหนัง EP.3 ลูกถูกพราก เจ้าของลิขสิทธิ์ลาจาก แบบนี้หรือสังคมแบ่งปัน!

Leave a comment