เตือน‘โรคราน้ำค้าง’ระบาดสวนแตง ภาคเหนือ-อีสานเสี่ยงสูง-เกษตรฯแนะวิธีป้องกันกำจัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248881

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลแตง ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังโรคราน้ำค้างระบาด เนื่องจากช่วงนี้อากาศหนาว มีหมอกและน้ำค้างลงในช่วงเช้า อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการระบาดอยู่ระหว่าง 16-27 องศาเซลเซียส และความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญของเชื้อรา สาเหตุของโรคจะขยายลุกลามได้รวดเร็ว ในเมล่อน แคนตาลูป หรือแตงโม อาจทำให้ความหวานลดลง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ โรคราน้ำค้างจัดว่าเป็นโรคที่สำคัญของพืชตระกูลแตงทุกชนิด เช่น แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะระ ฯลฯ ส่วนพวกตำลึง บวบ ฟักทอง ฟักข้าวไม่ค่อยพบโรคนี้ระบาด สปอร์ของเชื้อสาเหตุสามารถปลิวไปตามน้ำ ลม ติดไปกับแมลง สัตว์ เครื่องมือการเกษตรและมนุษย์ เช่น ด้วงเต่าแตง ลักษณะอาการในระยะแรก จะพบกลุ่มราสีขาวหรือสีเทาบนใบพืช ต่อมาสังเกตเห็นหลังใบเป็นสีเหลืองอ่อนแผลค่อนข้างเป็นเหลี่ยมแล้วพัฒนาเป็น สีน้ำตาลอ่อน ไปจนเข้มประปรายทั่วใบ อาการรุนแรงจะทำให้ใบแห้งและเหี่ยว อาการจะปรากฏบนใบแก่โคนเถาก่อน โรคระบาดรวดเร็วมากจะทำให้เถาแตงเหี่ยวตายหมดทั้งเถาได้ในเวลาที่อากาศชื้นในตอนเช้าจะสังเกตเห็นกลุ่มสปอร์เชื้อราที่ด้านท้องใบคล้ายผงแป้งได้เด่นชัดกว่าเวลาอื่นๆ โรคนี้ มักจะระบาดรุนแรงและรวดเร็วเมื่อแตงกำลังให้ผล ทำให้เถาแตงตายไปก่อนที่แตงจะสุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยว

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้ 1.สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง 2.เก็บใบหรือส่วนที่เกิดโรค นำไปเผาทำลาย 3.บำรุงรักษาต้นพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง 4.ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เอพรอน อัตรา 7 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม 5.ถ้ามีหมอกและน้ำค้างจัดในช่วงเช้า ควรพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ริโดมิลเอ็มแซด อาลิเอท ดาโคนิล หรือ วามีนเอส พ่นสลับกันเพื่อป้องกันเชื้อต้านทานสารเคมี อัตราส่วนตามคำแนะนำในฉลาก และ 6.พ่นน้ำล้างใบในช่วงเช้าพร้อมการให้น้ำ แล้วพ่นน้ำส้มควันไม้อัตรา 100 ซีซี ต่อน้ำ 12 ลิตร ให้ทั่วทรงพุ่มทุก 7-10 วัน ทั้งนี้เกษตรกรสามารถแจ้งการระบาดและขอคำปรึกษาในการป้องกันกำจัดได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

Leave a comment