ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248615
วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะมีการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว ยังได้พบปะกับเกษตรกรปลูกส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งมีการปลูกแห่งเดียวในประเทศไทย เนื้อที่รวม 2,200 ไร่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และคันกั้นน้ำรอบพื้นที่ 2,200 ไร่ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อรักษาต้นส้มไว้ เพราะหากปล่อยนานไปอาจจะทำให้ต้นส้มเสียหายได้ นอกจากนั้นยังได้พบปะกลุ่มเกษตรกรที่ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช โดยได้มอบเสบียงสัตว์ เช่น หญ้าแห้ง ให้เกษตรกร เนื่องจากเหตุน้ำท่วมภาคใต้ช่วงที่ผ่านมามีสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ 270,000 ตัว ใน 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง และ สุราษฎร์ธานี
ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่นๆ รวม 54 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 52 เครื่อง โดยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้น แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
1.พื้นที่ลุ่มน้ำตอนบน (เชิงเขา) และ อ.ลานสกา เมื่อมีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำลงมาเป็นปริมาณมาก จนลำน้ำสายหลักไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางจากเส้นทางคมนาคมขวางทางน้ำ และมีอาคารระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ จึงมีพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำในเขต อ.ลานสกา และ อ.ร่อนพิบูลย์ 2.พื้นที่ราบลุ่มมักจะเกิดน้ำท่วม ในบริเวณที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำและแม่น้ำสายหลักที่ตื้นเขินศักยภาพในการระบายน้ำไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ได้แก่ อ.สิชล อ.ขนอม อ.ท่าศาลา อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.ชะอวด อ.หัวไทร และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช 3.พื้นที่ราบลุ่มบริเวณปากแม่น้ำ มักจะเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝนเนื่องจากมีปริมาณฝนตกมากมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มราบแบนซึ่งมีความลาดชันน้อย เมื่อเกิดช่วงน้ำทะเลหนุนสูงทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลทำได้ยากเกิดน้ำท่วมทำความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ชุมชนเมืองเป็นบริเวณกว้าง