กรุงไทยกระจายพอร์ตสินเชื่อ เจาะลูกค้า 18 จ.เศรษฐกิจชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 11:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846921


ธนาคารกรุงไทย เผยแผนธุรกิจปี 2560 รุกปล่อยสินเชื่อ 18 จังหวัดติดเขตการค้าชายแดน เน้นกระจายพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มอื่นให้มากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่-เอสเอ็มอี พร้อมตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมโตร้อยละ 10 จากปีที่ผ่านมา …

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของธนาคารในปี 2560 ว่า ทางธนาคารมีการตั้งเป้าหมายรุกปล่อยสินเชื่อตามในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะ 18 จังหวัด ที่ติดกับเขตการค้าชายแดน หรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น จังหวัดเชียงราย

นายผยง ศรีวณิช

นอกจากนี้ จะเน้นรุกสินเชื่อของภาครัฐมากขึ้น จากปีที่ผ่านมาสินเชื่อภาครัฐหดตัว แต่ปีนี้ธนาคารคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนในโครงการต่างๆ ของภาครัฐประมาณ 4-5 แสนล้านบาท ธนาคารคาดว่า สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 12 จากร้อยละ 10 ในปีก่อน

สำหรับการปล่อยสินเชื่อปีนี้ จะกระจายพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มอื่นให้มากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ และเอสเอ็มอี รวมทั้งจะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยการดำเนินงานตามแผนปีนี้ จะผสมผสานทุกภาคส่วนของกรุงไทย หรือ วัน เคทีบี (One KTB)

นอกจากนี้ จะยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ตอบโจทย์การลงทุน และรักษาธรรมาภิบาล เพื่อให้การทำงานของธนาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในส่วนของการเปิดใช้พร้อมเพย์ จะกระทบรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารหรือไม่ ยังไม่ประเมินผล คงต้องรอดูพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าจะมั่นใจ และมาใช้พร้อมเพย์ได้เร็วแค่ไหน

ขณะที่ ในปี 2559 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ลงทุนระบบไอที ประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการ National e-Payment ของภาครัฐ ซึ่งธนาคารมีจุดแข็งในการให้บริการโอน-จ่ายเงิน กับเครือข่ายภาครัฐ แต่ในส่วนของภาคเอกชน และรายย่อย ยังคงต้องแข่งขันกับธนาคารอื่น ซึ่งถือเป็นความท้าทาย

ทั้งนี้ ในปี 2560 ธนาคารตั้งเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตร้อยละ 10 จากปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 699 ล้านบาท สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้ จะมาจากปริมาณการทำธุรกรรมที่มีมากขึ้น และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่มาต่อยอด

 

Leave a comment