ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 09:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846810

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.60 ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (30 ม.ค.-3 ก.พ.) จะเป็นช่วงของการพักตัวเพื่อรอดูว่านโยบายของสหรัฐฯ จะให้ผลไปในทางใดต่อเศรษฐกิจ-ประเทศคู่ค้า รวมถึงรอการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ที่จะทราบผลในช่วงกลางสัปดาห์ แรงซื้อจะกระจุกตัวในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ตลาดมีแนวโน้มพักตัวหรือ side way down มาจากการตอบรับของราคาหุ้นต่อข่าวบวกนั้นมีมาระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ราคาหุ้นถูกมองว่าแพงขึ้น
ทั้งนี้ หากไม่ได้ปัจจัยสนับสนุนหรือปัจจัยที่เอื้อต่อภาพรวมของตลาด จะทำให้นักลงทุกเลือกที่จะ take profit หรือ รอดู มากกว่า ดังนั้นคาดว่าดัชนีฯสัปดาห์นี้จะผันผวนในกรอบ 1,566-1,610 จุด และสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.พ.) มองว่าตลาดจะเสถียรมากขึ้นหลังทราบผลประชุม FOMC ไปแล้วและความชัดเจนของนโยบายประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโลกจะชัดเจนมากขึ้นทำให้เรามองตลาดในสัปดาห์นี้เป็นบวกมากขึ้น

“ราคาหุ้นเริ่มดูว่าแพง และขาดปัจจัยหนุนจึงเหมาะกับการขายทำกำไรมากกว่า หรือ รอซื้อที่แนวรับ 1,580 หรือ 1,566 จุดการเข้าลงทุนจะเป็นลักษณะ selective เพราะเหลือหุ้นเล่นได้มาก เน้นหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นเก็งงบไตรมาส 4 หุ้นจ่ายปันผลดี หรือหุ้นที่มีข่าวบวก ส่วนหุ้นในกลุ่มส่งออก อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นกลุ่มที่จะได้รับผลจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯโดยตรง การลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ จึงควรรอดูนโยบายการค้า หรือค่าเงินดอลลาร์ ให้วกกลับขึ้นไปก่อน”
สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนได้แก่ หุ้นได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ได้แก่ TOP , SPRC , IVL , STA , T-RUBB , TVO หุ้นรับผลบวกการลงทุน-ใช้จ่าย ภาครัฐ หรือ Domestic Play ได้แก่ BJC, LOXLEY , ITEL หุ้นที่ราคาลงมามาก Laggard ได้แก่ ADVANC , MSC หุ้นที่มีประเด็นบวกอื่นๆ หรือราคาลงมามากคือ MAJOR , CHO , SCN , BCH