ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 14:46
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/848016

วันที่ 31 ม.ค. 60 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ ขสมก. ซึ่งมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็นประธาน และที่ประชุมหารือปัญหาโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่ล่าสุดสำนักงานอัยการทำหนังสือแจ้ง ขสมก.ให้ชะลอการรับมอบรถเมล์ดังกล่าวจนกว่ากรมศุลกากรจะชี้ขาดแหล่งกำเนิดของรถเมล์เอ็นจีวีว่าผลิตและประกอบในประเทศจีนหรือมาเลเซีย ทำให้การประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก
ภายหลังการประชุม นายสุระชัย กล่าวว่า ที่ประชุมได้นำข้อพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาในโครงการที่มีข้อท้วงติงจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาพิจารณา ทั้งองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งที่ผ่านมามีตัวแทนร่วมสังเกตการณ์ตามข้อตกลงสัญญาคุณธรรมอยู่แล้ว โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชันยืนยันว่า การยกร่างทีโออาร์และทำสัญญาต่างๆ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ตั้งข้อสังเกตขั้นตอนการนำเข้ารถเมล์ ซึ่งเกรงว่าปัญหาที่มีขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นแจ้งแหล่งกำเนิดของรถเป็นเท็จและภาษีศุลกากร อาจนำไปสู่ประเด็นที่ไม่สามารถรับมอบรถได้
ขณะที่ สำนักงานอัยการ ระบุเรื่องประเด็นการรับมอบรถว่า ให้ ขสมก.รอเอกสารแจ้งแหล่งกำเนิดของรถอย่างเป็นทางการจากกรมศุลกากรก่อน ส่วนกรมศุลกากรเอง ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท เบสท์ริน
ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก. จึงอนุมัติแนวทาง 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. ให้ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการจัดซื้อปฏิบัติตามสัญญาและทีโออาร์อย่างเคร่งครัด 2. พิจารณาแนวทางการรับมอบรถตามกรอบเวลาที่มี ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และ 3. ให้ ขสมก.พิจารณาแนวทางบอกเลิกสัญญา หากตามเงื่อนเวลา ขณะนี้ ขสมก.ไม่สามารถรับมอบรถได้ และความล่าช้าการรับมอบรถ อาจทำให้ ขสมก. กลายเป็นผู้กระทำผิดตามสัญญา คณะกรรมการฯ จึงได้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ ของแนวทางที่จะบอกเลิกสัญญาด้วย และหลังจากนี้ ฝ่ายบริหาร ขสมก.จะพิจารณาประเด็นดังกล่าวว่า หากจะบอกเลิกสัญญาจะต้องดำเนินการเมื่อใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หาก ขสมก. จะยกเลิกสัญญาตามเงื่อนเวลาขณะนี้อาจต้องดำเนินการก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้ เนื่องจากตามทีโออาร์ที่ ขสมก. ปรับเงินกับเบสท์ริน เนื่องจากยังไม่สามารถส่งมอบรถตามสัญญา โดยจะปรับวันละกว่า 7 ล้านบาทตามจำนวนรถ 489 คัน และขณะนี้ ปรับเงินไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท และจะดำเนินการปรับจนครบไม่เกินวงเงิน 323 ล้านบาท ที่เบสท์รินวางหลักประกันไว้ เมื่อพิจารณาจากยอดเงินที่เหลือสามารถปรับได้ ขสมก. จำเป็นต้องยกเลิกสัญญาก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ไม่เช่นนั้นจะต้องขอให้บริษัท เบสท์ริน วางหลักประกันเพิ่ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้.