ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ม.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847516

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ขสมก.ได้รับหนังสือตอบกลับความเห็น เกี่ยวกับการจัดหารถโดยสารปรับอากาศ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน จากอัยการสูงสุด ที่จัดส่งมาทางไปรษณีย์ ล่าสุด ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณารายละเอียดในหนังสือและมีความเห็นว่า ขสมก.ควรยุติขบวนการพิจารณาตรวจรับมอบรถเมล์ทั้งหมดจากบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ก่อน โดยให้รอผลการพิจารณาจากกรมศุลกากร เกี่ยวกับข้อสรุปเรื่องแหล่งกำเนิดของรถยนต์โดยสารดังกล่าวก่อนว่ามีการผลิต และหรือประกอบในประเทศใด ให้เป็นที่ยุติเสียก่อน
“ขณะนี้ ขสมก.รับรถเมล์ ซึ่งเป็นการรับรถตามทีโออาร์มาแล้ว 390 คัน อีก 99 คัน ยังไม่ได้รับเพราะมีปัญหาภาษี ส่วนการพิจารณาตรวจรับมอบรถตามสัญญาที่แท้จริงยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเดิมคณะกรรมการตั้งเป้าว่า จะเริ่มตรวจรับมอบรถส่วนที่ไม่มีปัญหา 390 คันก่อน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้ แต่เมื่ออัยการสูงสุดแนะนำให้ชะลอออกไปก่อน คาดว่าคณะกรรมการจะขอยุติการตรวจรับตามคำแนะนำ เพื่อรอขั้นตอนของกรมศุลกากรให้ได้ข้อยุติก่อน”
นายสุระชัยกล่าวว่า ขสมก.ต้องทำหนังสือไปยังกรมศุลกากรอีกครั้ง เพื่อสอบถามและขอให้กรมศุลกากรทำหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการกลับมายัง ขสมก. ว่ารถเมล์ของเบสท์รินทั้งหมด มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศจีนหรือมาเลเซีย ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะได้รับคำตอบเมื่อใด แต่หากกรมศุลกากรส่งเอกสารหลักฐานยืนยันกลับมาว่าเป็นรถที่นำเข้าจากจีน จะถือว่าเบสท์รินทำผิดสัญญา ซึ่ง ขสมก.จะทำหนังสือขอยกเลิกการทำสัญญาต่อไป รวมทั้งต้องเตรียมหารือฝ่ายกฎหมาย เพื่อเตรียมรับมือหากถูกเบสท์รินฟ้องร้องด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ขสมก.ได้รับหนังสือจากกรมศุลกากร 1 แผ่น ชี้แจงกรณีการตรวจสอบแหล่งกำเนิดรถเมล์จำนวน 1 คัน ที่นำเข้าโดยบริษัทเบสท์ริน จำกัด โดยหนังสือเขียนระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น การนำเข้ารถเมล์จำนวน 1 คัน ของเบสท์ริน พบหลักฐานว่า เป็นรถสำเร็จรูปที่นำเข้าจากประเทศจีน และขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงของประเทศต้นกำเนิด จากศุลกากรของมาเลเซีย และก่อนหน้านี้ ขสมก.ได้ทำหนังสือแจ้งเบสท์ริน เกี่ยวกับเรื่องจะยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถส่งมอบรถได้ รวมทั้งให้นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงแหล่งกำเนิดของรถ แต่ยังไม่มีการตอบกลับจากเบสท์ริน ซึ่งเบสท์รินสามารถชี้แจงได้ถึงวันที่ 9 ก.พ.นี้ หากไม่มีการตอบกลับ มีแนวโน้มสูงที่ทำให้คณะกรรมการตรวจรับรถไม่สามารถรับรถเมล์ได้ ทั้งนี้ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ขสมก.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา
นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรยังไม่ได้ส่งรายงานหรือเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ขสมก.และกระทรวงคมนาคม เพราะกรมศุลกากรอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถเมล์ดังกล่าว และซุปเปอร์ซาร่ายังคงยืนยันว่ารถเมล์เอ็นจีวีนำเข้าจากมาเลเซีย ขณะที่กรมศุลกากรยืนยันว่าเป็นรถที่ผลิตและนำเข้ามาจากจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังสืบหาข้อเท็จจริง และอยู่ในสำนวนการดำเนินคดีของกรมศุลกากร จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆได้ ส่วนกรณีที่ ขสมก.จะรับรถเมล์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ขสมก.ซึ่งกรมศุลกากรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง.