กกร.จี้รัฐเร่งเจรจาการค้าทวิภาคี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.พ. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/853633


นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)ว่า กกร.ได้หารือในที่ประชุมต้องการให้รัฐบาลเร่งเปิดการเจรจาการค้าแบบทวิภาคีกับประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ ปากีสถาน อิหร่าน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ รวมทั้งเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอาเซียน (อาเซป) หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) เพราะเป็นโอกาสของไทยในการขยายตลาดการค้ามากขึ้น ช่วยผลักดันการส่งออก “ความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐฯต้องรอความชัดเจนจากสหรัฐฯว่าจะเดินหน้าอย่างไร ผมเห็นว่าไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าขั้นกลางน้ำ เช่น สินค้ากึ่งวัตถุดิบ เพราะสหรัฐฯต้องการนำไปผลิตสินค้าสำเร็จรูปในประเทศ ส่วนสินค้าขั้นปลายหรือสินค้าสำเร็จรูปการส่งออกไปสหรัฐฯอาจมีปริมาณลดลง”

นอกจากนี้ กกร.ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 3.5-4% ได้ผลดีจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ ทำให้ไทยได้อานิสงส์ด้านส่งออกที่คาดว่าส่งออกปีนี้จะขยายตัว 1-3% จากเดิม 0-2% “เศรษฐกิจยังมีเครื่องบ่งชี้ถึงอนาคตที่ดี เช่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ คาดว่าจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ถึงเป้าได้แน่นอน”

ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงฐานะการคลังรัฐบาลตกต่ำ กกร.ไม่ได้กังวล เข้าใจว่าหากฐานะเงินคงคลังของประเทศมีมากเกินไปจะไม่ดี เนื่องจากเป็นภาระดอกเบี้ย ปกติแล้วเงินคงคลังมีไว้สำหรับนำมาใช้กรณีฉุกเฉิน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณางบประมาณจากรัฐสภา แต่หากจะดูฐานะของประเทศ ต้องพิจารณาที่เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินและเสถียรภาพการเงินของประเทศ โดยขณะนี้ฐานะการเงินของไทยยังแข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วง.

 

Leave a comment