ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.พ. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/852742

ทั้งนี้ หากคำนวณต้นทุนตามนโยบายราคาเสรีนำเข้าที่อิงตลาดโลก (CP+X ) และราคาที่สะท้อนจากก๊าซหุงต้มในอ่าวไทยผ่านโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และโรงกลั่นน้ำมัน รวมแล้วราคาต้องปรับเพิ่มขึ้น 1.10 บาทต่อ กก. แต่เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป จึงพิจารณานำเงินจากกองทุนน้ำมันในส่วนของบัญชีแอลพีจี มาอุดหนุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องอุดหนุนรวมเดือนละ 556 ล้านบาท หรือชดเชยเป็น 7.566 บาทต่อ กก. จากเดิมอุดหนุนเดือนละ 400 ล้านบาท หรือชดเชย 4.98 บาทต่อ กก. ทำให้ราคาขายปลีกปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.67 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาแอลพีจีในตลาดโลก (CP) ปรับขึ้น 90 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน มาอยู่ที่ 555 เหรียญฯต่อตัน

http://www.thairath.co.th/clip/101214
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมการค้าภายใน เร่งศึกษาต้นทุนราคาอาหารจานด่วน หลังจากที่ กบง.อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มว่าจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าเพียงใด จากนั้นจะพิจารณาแนวทางดูแลราคาสินค้า เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เบื้องต้นประเมินว่าราคาก๊าซหุงต้มขนาด 15 กก. ปรับขึ้น 10 บาทนั้น จะทำให้ต้นทุนอาหารจานด่วนเพิ่มขึ้นเพียงจานละ 10 สตางค์ (สต.) เท่านั้น เพราะก๊าซ 1 ถัง ทำอาหารได้ 200-300 จาน จึงไม่มีเหตุผลที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสปรับราคาขายปลีกขึ้นแต่อย่างใด
“แม้ก๊าซหุงต้มจะปรับขึ้นราคาถังละ 10 บาท ทำให้ราคาก๊าซหุงต้มขนาด 15 กก. จากราคาถังละ 345 บาท มาอยู่ที่ 355 บาท แต่ยังเป็นราคาที่ต่ำกว่าในอดีตเคยขึ้นไปถึงถังละเกือบ 400 บาท และที่ผ่านมา อาหารจานด่วนก็ได้ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยอมรับว่าการปรับขึ้นครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าพลังงานอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยจากการพูดคุยกับกระทรวงพลังงาน จะพยายามขึ้นราคาให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน หากสินค้าต้องปรับขึ้นราคาจริง ต้องมาดูต้นทุนว่าขึ้นมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯมีโครงการหนูณิชย์..พาชิม ที่จำหน่ายอาหารจานด่วนในราคาไม่เกิน จานละ 35 บาท ไว้ให้เป็นทางเลือกแล้ว”.