ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2560 17:28
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/852450

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 60 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ในปี 2560 ธนาคารยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนองค์กรตามพันธกิจ ทำให้คนไทยมีบ้าน ล่าสุด ได้เตรียมกรอบวงเงิน 41,200 ล้านบาท จัดทำสินเชื่อทำให้คนไทยมีบ้านในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกสาขาอาชีพ ดังนี้
สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการหน่วยงานของรัฐ กรอบวงเงิน 6,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี
สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการธุรกิจเอกชน กรอบวงเงิน 8,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี
สินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้ากลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป กรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี และปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี
กลุ่มลูกค้าโครงการจัดสรรที่เข้าร่วมโครงการ ประเภท Fast Track / Smart Fast Track / Regional Fast Track และ LTF กับธนาคาร กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.75% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50%
ส่วนโครงการสินเชื่อบ้าน ธอส.เพิ่มสุข ปี 2560 กรอบวงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าธนาคารที่มีประวัติการผ่อนชำระดีสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 36 เดือน ให้กู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ MRR –2.76 ปัจจุบันเท่ากับ 3.99% ต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน โดยมีกรอบวงเงิน 200 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงิน และปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด อาทิ ผู้ที่ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระ ซึ่งก่อนเข้าร่วมโครงการไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของรายได้ แต่หากจัดทำสมุดบัญชีรับ–จ่ายรายวัน ตามแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนดไม่น้อยกว่า 9 เดือน พร้อมกับเปิดบัญชีเงินฝาก และฝากเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาแสดงเป็นหลักฐานแสดงการมีอยู่ของรายได้ เป็นต้น.