ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 08:31
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854686

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวว่า เราพร้อมให้การสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการเดิม และฟินเทค สตาร์ทอัพ (FinTech Startups) ที่เป็นผู้เล่นรายใหม่ ด้วยการสร้างกรอบระเบียบการกำกับดูแล (regulatory framework) และการจัดระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้ออำนวยให้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ โดยามารถจัดการข้อกังวลหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ ก.ล.ต. ในช่วง 3 ปีนี้จะเน้นเรื่องการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันและการลดความเหลื่อมล้ำด้วยเทคโนโลยี (Driving Competitiveness and Inclusiveness with Technology) เพื่อให้ผู้ที่เดิมอาจไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินหรือตลาดทุนได้รับการบริการอย่างทั่วถึง รวมทั้งช่วยทำให้ผู้ลงทุนมีข้อมูล และอำนาจต่อรองมากขึ้น
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการของไทยและฟินเทค สตาร์ทอัพ เองก็สามารถนำเทคโนโลยีทางการเงินมาปรับใช้กับรูปแบบธุรกิจ (business model) ของตน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก
สำหรับการแข่งขัน FinTech Challenge โครงการพัฒนาความคิดและประกวดผลงานนวัตกรรมด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัยรอบชิงชนะเลิศของ 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (‘ฟินเทค’ เปลี่ยนโลก รู้จัก 10 สตาร์ทอัพหน้าใหม่ เขย่าธุรกิจการเงิน)

ทีม ‘C3.Finace’ รับรางวัล Rising Star FinTech
โดยผลการตัดสิน รางวัลประเภท Rising Star FinTech นวัตกรรมที่มีแนวคิดจัดทำได้ดีและพร้อมต่อยอดในการทำธุรกิจ ตกของเป็นของทีม ‘C3.Finace’ ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) สำหรับธุรกรรมทางการเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงสุด โดยการแปลงข้อมูลธุรกรรมเป็นโค้ดเข้าระบบ ช่วยให้สถาบันการเงิน รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องสามารถดึงข้อมูลต่างๆ มาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ส่วนรางวัลประเภท Innovative FinTech สำหรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการในวงกว้าง ได้แก่ ทีม ‘PrivateChain’ บริการระบบซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) โดย PrivateChain จะทำหน้าที่เสมือนตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสื่อกลางระหว่างนักลงทุนกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการระดมทุน ได้รับรางวัลทุนละ 100,000 บาท

สำหรับรางวัลประเภท Popular Vote ที่มีรางวัลทุนละ 50,000 บาท เป็นของทีม ‘สานฝัน’ บริการเป็นตัวกลางระดมทุนเปิดรับบริจาคเงินผ่านระบบบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อนำไปจัดซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์การเกษตรและการจัดอบรมให้ความรู้เพื่อให้เกษตรกรบริหารจัดการได้ดีขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผู้บริจาคสามารถติดตามได้ว่าเงินบริจาคของตัวเองถูกนำไปใช้ด้านใดบ้างผ่านระบบ พร้อมกันนี้ยังได้มอบทุนสนับสนุนจำนวน 20,000 บาท แก่ทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายอีกด้วย