ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/257576
การเมือง >ข่าวการเมือง : 25 ม.ค. 2560
“มาร์ค”ชี้ปรองดองต้องไม่ขัดกม.
“มาร์ค”ชี้ปรองดองต้องไม่ขัดกม.ระบุสูตรยุค“ป๋าเปรม”ศึกษาได้ แต่ใช้กับยุคนี้ไม่ได้ – แนะรบ.จับมือบริษัทต่างชาติร่วมหาข้อมูลทุจริตติดสินบน
25 ม.ค. — นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลักคิดของพรรคในเรื่องการสร้างความปรองดองยังไม่เปลี่ยนแปลง อยากเห็นการสร้างความปรองดองอย่างยั่งยืน และไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย อีกทั้งอยากให้มองไปอนาคตให้มาก เพราะความขัดแย้งทางการเมืองเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา หากเราไปคิดอยู่ในกรอบของปัญหาความขัดแย้งในอดีต ก็ไม่สามารถจะป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องเร่งทำก่อนการเลือกตั้ง อยากให้มองว่าความขัดแย้งในอดีตเป็นความขัดแย้งทางความคิดทางการเมือง ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือกลุ่มใด หากยังคิดอยู่อย่างนั้น และพยายามพูดคุยกับแต่ละบุคคลเพื่อให้ทุกฝ่ายพอใจ การพูดคุยนั้นก็จะเลือกแค่เฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ตัวความขัดแย้งยังไม่หายไปและจะมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการนี้ แล้วจะมาตกลงอะไรกันได้ และหากจะมาพูดถึงการนิรโทษกรรมก็ควรจะพูดถึงกรณีของประชาชนทั่วไปกับการกระทำความผิดเล็กน้อย หรือความผิดตามกฎหมายพิเศษมากกว่า ส่วนเรื่องอื่นก็น่าจะให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า อยากให้คณะกรรมการที่ทำเรื่องปรองดองเอาผลการศึกษาเดิมที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุด ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เอามาพิจารณาประกอบได้ แม้จะไม่ตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันทั้งหมด และคิดว่าคณะกรรมการที่ทำงานอยู่ในเวลานี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟัง สิ่งที่ดีที่สุดคือควรจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน และขอว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรออกมามาก เพราะเมื่อพูดออกมาแล้วก็กลายเป็นการแสดงความเห็น ส่งผลให้ทำงานยากขึ้น เพราะมีประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง อาทิ การลงนามเอ็มโอยู และเรื่องคำสั่ง 66/23 ก็จะมีคนออกมาให้ความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งจะทำให้ทำงานยากลำบาก”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ในส่วนกรณีที่ อนุ กมธ.ฯสปท.ได้เสนอให้ใช้รูปแบบคำสั่ง 66/23 สมัย ที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ เพื่อสร้างความปรองดองนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเรื่องนี้สามารถศึกษาได้ ในเรื่องของวิธีการแก้ไขปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหาบางส่วนก็สามารถนำไปใช้ได้ แต่คงไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด การแก้ปัญหาทุกอย่างไม่มีสูตรที่สำเร็จ ถ้าหากมีและง่าย ป่านนี้ปัญหาก็คงจบไปแล้ว ดังนั้นอยากให้ช่วยกันคิด รับฟังทุกความเห็นซึ่งกันและกัน ตกลงในเรื่องหลักการใหญ่ ๆ ให้ได้ก่อน และอย่าเพิ่งไปตั้งประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา ซึ่งหลักการใหญ่ๆที่ทุกฝ่ายควรยอมรับได้ มี 2 หลักตามที่พ ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้พูดเอาไว้ คือ 1.เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะต้องไม่กลับมามีความขัดแย้ง ความรุนแรงจนบ้านเมืองเดินไม่ได้อีก และ2.ต้องเคารพในหลักของกฎหมาย โดยหลักการข้างต้นถือว่าทำห้ประเทศชาติสงบ ส่วนที่อ้างว่าใช้คำสั่งที่ 66/23 เพื่อให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยนั้น ถ้าเขาเทียบเคียง เขาก็ต้องสามารถตอบได้ว่ากรณีที่ให้มาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยนั้นหมายความว่าอย่างไร ซึ่งหลายคนก็ได้วิเคราะห์ไปแล้วว่า ยังไม่สามารถมองออกได้ว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นคิดว่าควรจะตั้งหลักคิดที่จะเป็นคำตอบ การทำงานก็จะง่ายขึ้น
“สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือยังไม่มีความชัดเจนว่าสิ่งที่ สปท.ทำอยู่กับสิ่งที่คณะกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ. ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.)ทำอยู่ เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ เพราะมีการติดต่อให้ผมไปให้ความเห็นอีก ผมก็ไม่อยากจะให้มีความซ้ำซ้อนกัน ถ้ามี รัฐบาลควรกำหนดให้เจ้าภาพคนเดียวดำเนินการเรื่องนี้ การทำงานก็จะง่าย แต่ถ้าส่งความเห็นไปยังรัฐบาลแล้วเขามีการตั้งคณะกรรมการมาทำงานอีกชุดหนึ่ง ทำงานเรื่องเดียวกัน แต่ทำค่อยเหมือนกัน ก็จะเป็นปัญหาได้ ถ้าเราเห็นตรงกัน แล้วนายกฯยืนยัน ก็ไม่ควรจะมีประเด็นเรื่องนิรโทษกรรมขึ้นมาอีก เหมือนกับการอ้างอิงรายงานของสถาบันพระปกเกล้า ขณะนั้นก็มีปัญหา เพราะมีการอ้างในรายงานนั้นเรื่องการสำรวจความคิดเห็นเรื่องการนิรโทษกรรม ท้ายที่สุดเลขาสถาบันฯต้องออกมาแถลงว่าไม่ให้เอารายงานนั้นออกมาใช้ ดังนั้นควรจะเอาหลักการสำคัญเป็นตัวตั้ง เอาอย่างอื่นเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่เอารายงานฉบับนั้นหรือคำสั่งนั้นคำสั่งนี้ เป็นตัวตั้ง ไม่อย่างนั้นจะซ้ำรอยเดิม”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอสปท.ให้ใช้นโยบาย 66/23 ทั้งที่สปท.ยังไม่ได้เสนอรัฐบาลเลย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้การทำงานทั้งหมดมีความเป็นเอกภาพ ถ้ารัฐบาลเห็นว่าจะเอา ป.ย.ป. เป็นหลัก ก็ให้เอาความเห็น ข้อเสนอเรื่องการปรองดองที่แม่น้ำสายต่าง ๆ และหน่วยงานต่าง ๆ กำลังยกร่างอยู่ น่าจะส่งไปยัง ป.ย.ป.หรือหน่วยงานที่ คสช.ตัดสินให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการเรื่องนี้
แนะรบ.จับมือบริษัทต่างชาติร่วมหาข้อมูลทุจริตติดสินบน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) เปิดเผยว่าบริษัท โรลส์-รอยซ์ บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน ประเทศอังกฤษ ให้สินบนหน่วยงานในประเทศไทย ว่าอยากให้รัฐบาลประสานกับต่างประเทศ เพื่อนำกรณีที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและ ปัจจุบันมาแก้ไขปัญหาระดับนโยบาย เพราะเชื่อว่ายังมีปัญหาลักษณะแบบเดียวกันนี้อีก ดังนั้นรัฐบาลควรมีการออกกฎหมายหรือมีข้อตกลงกับต่างประเทศในการแบ่งปันข้อมูล เพราะอาจมีกรณีที่เมื่อมีการไกล่เกลี่ยจ่ายค่าชดเชยเพื่อยุติคดี และรัฐบาลควรเป็นตัวกลางในการประสานหน่วยงานต่างประเทศในการตรวจพิสูจน์ ข้อมูลการทุจริต รวมถึงการพิจารณาข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับกรณีอื่น ๆ ที่ผ่านมา ที่บริษัทต่างประเทศไกล่เกลี่ยคดีกับประเทศนั้นแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อหรือข้อมูลอื่นๆได้ “ทั้งนี้รัฐบาลควรพิจารณาถึงการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกับบริษัทต่างประเทศ ทั้งกรณีบริษัทการบินไทย ปตท. และการไฟฟ้านครหลวง ล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับแนวคิดการขึ้นบัญชีดำบริษัทต่างประเทศที่ร่วมกับ เอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย ยกเว้นกรณีที่บริษัทเหล่านั้นเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตรวจพิสูจน์ผู้กระทำผิด ซึ่งผมจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป หากมีข้อมูลที่เห็นว่ามีประโยชน์ในการสอบสวน พรรคก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว