ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/257913
การเมือง >ข่าวการเมือง : 27 ม.ค. 2560
เล็งทำผังน้ำป้อง“สถานที่ราชการ–เขตศก.”
“บกปภ.ช.”จี้เร่งระบายน้ำขังลงทะเล เล็งทำผังน้ำระบบป้อง“สถานที่ราชการ – เขตศก.” สั่งจนท.ลงปักหมุดแก้แนวเขตพื้นดินหาย – งดภาษีบำรุงท้องที่อุ้มพี่น้องปักษ์ใต้
27 ม.ค. – นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานการปฏิบัติ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยกล่าวว่า จากการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า ในช่วงวันที่ 28 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์นี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง และไม่มีฝนตกหนักระยะนี้ ด้านการกระจายตัวของฝนประมาณร้อยละ 10 – 40 ของพื้นที่ และปริมาณฝนโดยส่วนมากน้อยกว่า 20 มิลลิเมตรต่อวัน จึงได้ประสานให้จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใช้ช่วงเวลานี้เร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำออกสู่ทะเล โดยให้คำนึงถึงปริมาณการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ พร้อมสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร อย่างเพียงพอ
“ขอให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่บูรณาการการเคลื่อนย้ายกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์จากพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายไปประจำจุดที่สถานการณ์ยังวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำหรือสันดอนกลางน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยในการแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ” นายฉัตรชัย กล่าวและว่า นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้จังหวัดน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดพื้นที่และหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและสามารถใช้ชีวิต ได้ตามปกติโดยเร็ว รวมถึงสานต่อแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยึดเป็นแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน
อธิบดีปภ. กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือการเยียวยาผู้ประสบภัยในระยะเร่งด่วน การฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย และการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว ซึ่งจังหวัดและหน่วยปฏิบัติต้องบูรณาการจัดทำแผนงานเฉพาะหน้า แผนงานระยะกลาง และแผนงานระยะยาว เพื่อที่ บกปภ.ช. จะได้รวบรวมแผนงานในภาพรวมต่อไป ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกันเชื่อมโยงแผนงานและโครงการร่วมกัน โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง(ยผ.) จะจัดทำผังน้ำทั้งระบบ เพื่อตรวจสอบทิศทางการไหลของน้ำและจัดทำทางเบี่ยงน้ำ ช่วยป้องกันน้ำท่วมสถานที่ราชการ และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด อีกทั้งให้นำ พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 มาบังคับใช้ วางระบบการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ขวางทางน้ำและป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่อื่น นอกจากนี้ที่ดินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนแนวเขต สูญหายหรือกลายสภาพเป็นลำน้ำและพื้นที่สาธารณะ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินโครงการหวงกันที่ดิน โดยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้บริการลงหลักปักหมุด เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินแบบไม่คิดค่าธรรมเนียม รวมถึงได้งดเว้นภาษีบำรุงท้องที่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย และขยายระยะเวลาชำระดอกเบี้ยโรงรับจำนำจาก 4 เดือน เป็น 5 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มใน จ.พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์นั้น ได้ให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการ สำรวจวัสดุครุภัณฑ์ทรัพย์สินอื่นๆ ในความรับผิดชอบ จัดน้ำสะอาด ถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่สำหรับการอุปโภคบริโภคเพื่อดำรงชีพเบื้องต้น พร้อมทั้งให้อำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในการปฏิบัติงาน และให้เร่งสำรวจความเสียหายทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเพื่อให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่โดยด่วน ตลอดจนทำความสะอาด เก็บสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอยที่มาจากอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มเพื่อให้เกิดความสะอาดและเป็นการป้องกันโรคระบาด รวมทั้งซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ สาธารณูปการให้สามารถกลับมาใช้การได้โดยเร็ว

