ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/258823
การเมือง : 3 ก.พ. 2560
“คืนความยุติธรรม ทางออกปรองดอง” จตุพร-สุริยะใส
ระดับแกนนำจากทั้ง 2 ฝั่งที่เคยเป็นคู่ขัดแย้ง เห็นตรงกันว่า การคืนความยุติธรรม คือทางออกในการสร้างความปรองดอง
3 ก.พ.60 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวี ยอมรับว่า นปช. จะยังไม่เสนอให้รัฐบาลและ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง เพราะเกรงว่าอาจกลายเป็นความขัดแย้ง และอาจจะอยู่นอกเหนือกรอบการปรองดองที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ นอกจากนี้ยังเป็นกังวลว่า แนวคิดการนิรโทษกรรมอาจทำให้บรรยากาศการพูดคุยที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเกิดอุปสรรคได้
อย่างไรก็ตาม ประธาน นปช. ยืนยันว่า การคืนความยุติธรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองทุกคน คือสิ่งสำคัญและจะขาดไปจากการปรองดองไม่ได้ เพราะผู้ชุมนุมกลุ่ม นปช. เป็นฝ่ายที่ได้รับความสูญเสียมากที่สุดจากความขัดแย้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตจากการชุมนุม หรือการถูกดำเนินดคีจนต้องติดคุก ซึ่งหลายคนยังไม่ได้รับความยุติธรรมที่เท่าเทียมกับผู้ชุมนุมฝ่ายอื่น ๆ
“เป็นเรื่องน่าเศร้าและเจ็บปวดอย่างที่สุด ที่ต้องเห็นผู้ชุมนุมเสียชีวิตบนท้องถนนและถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก จึงเชื่อว่า การคืนความยุติธรรมให้กับคนเหล่านั้นจะเป็นทางออกให้กับกระบวนการปรองดองได้ สังคมไทยต้องเรียนรู้จากความขัดแย้งใน 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยการยุติการทำร้ายกัน และหากลไกไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีกในอนาคต” นายจตุพร กล่าว
ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะแนวร่วม กปปส. และพันธมิตร ระบุว่า การออกกฏหมายนิรโทษกรรม เป็นสิ่งที่จำเป็นในกระบวนการปรองดอง เพราะที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมที่มีเจตนาบริสุทธิ์ถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก แต่เชื่อว่า รัฐบาลยังไม่จำเป็นต้องเร่งนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา แต่เป็นกระบวนการที่ควรทำด้วยความระมัดระวัง และผ่านการตกผลึกร่วมกันระหว่างคู่ขัดแย้งว่าจะนิรโทษกรรมให้กรณีใดบ้าง
“การออกกฏหมายนิรโทษกรรมจำเป็นต้องยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรม นั่นคือยึดตามความถูกต้องของกฏหมาย ต้องไม่นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งเหมือนที่พรรคเพื่อไทยเคยผลักดันก่อนรัฐประหาร และต้องไม่นิรโทษบุคคลที่ทำผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องไม่นิรโทษอาชญกรที่ใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชน เพราะคดีเหล่านี้เป็นประเด็นที่เปราะบาง และสังคมย่อมจะไม่เห็นด้วย”
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า เชื่อว่าจุดร่วมในแนวคิดนิรโทษกรรมที่คู่ขัดแย้งเห็นตรงกันอยู่ที่การคืนความยุติธรรมให้กับผู้ชุมนุมที่ทำผิดเพราะเหตุจูงใจทางการเมือง หรือความผิดที่มาจากความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความผิดที่สังคมสามารถให้อภัยกันได้ ซึ่ง ป.ย.ป. สามารถนำไปผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้


