ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.พ. 2560 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/857926

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ยุค 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น กสทช.ได้พิจารณาและวิเคราะห์ในรายละเอียดแล้ว พบว่า การจะทำให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ประสบความสำเร็จได้นั้น กสทช.ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้สำเร็จได้
สำหรับปัจจัยที่จะสนับสนุนให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ประสบผลสำเร็จนั้น ประกอบด้วย 1.การเปิดประมูลคลื่นความถี่ เพื่อขยายโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่ง กสทช.ได้เตรียมการที่จะเปิดประมูลคลื่นเหล่านี้ อาทิ คลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ จะเปิดประมูลในปี 2560 จำนวน 3-4 ใบอนุญาต คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3 ใบอนุญาต คลื่น 850 จำนวน 1 ใบอนุญาต จะประมูลในปี 2561 คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3 ใบอนุญาต จะเปิดประมูลในปี 2563
ทั้งนี้ การเปิดประมูลคลื่นดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 539,035 ล้านบาท และจะทำให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่เพื่อใช้งานด้านโทรคมนาคมมากกว่า 800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ที่กำหนดไว้ไม่ต่ำว่า 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะถือว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านดิจิทัลมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างแน่นอน 2.การลงทุนโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของประเทศ โดยประเทศไทยมี 74,965 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้
ผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ลงทุนสร้างโครงข่ายและให้บริการแล้ว 30,613 หมู่บ้าน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตอีก 24,700 หมู่บ้าน และรัฐบาลได้มอบหมายให้ กสทช.ติดตั้งอุปกรณ์และวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตอีก 19,625 หมู่บ้าน โดย กสทช.จะทยอยเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.2560 และจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน มิ.ย.2561 ซึ่ง
คาดว่าไม่เกินปี 2561 ทุกหมู่บ้านของประเทศไทย จะมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้าน และ กสทช.จะกำกับดูแลทั้งคุณภาพการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ราคาเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ต
3.การสร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดย กสทช.ได้ดำเนินการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือ เพื่อแสดงตัวตน การสแกนลายนิ้วมือเพื่อพิสูจน์ตัวตน การลงทะเบียนใส่รหัส เพื่อยืนยันตัวตนในการใช้อินเตอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) ผ่านโทรศัพท์มือถือ การแชร์ข้อมูลของผู้ประกอบการโทรคมนาคมให้กับสถาบันการเงิน เพื่อยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมออนไลน์ ทั้งบริการโมบายแบงก์กิ้ง บริการพร้อมเพย์
4.การส่งเสริมด้านเนื้อหา (คอนเทนต์) โดย กสทช.จะสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมีองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงการพัฒนา และการสร้างคอนเทนต์ เพื่อนำไปสู่การเกิดธุรกิจใหม่ๆหรือสตาร์ตอัพ เช่น ประชาชนอยากจะขายสินค้าในท้องถิ่น กสทช.ก็จะเข้าไปช่วยพัฒนา เพื่อให้ประชาชนสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การทำธุรกิจโฮม สเตย์ ธุรกิจฟินเทค และอื่นๆ กสทช. ก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุนขับเคลื่อน ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม
“ผมขอย้ำว่า ถ้าขาด 4 ปัจจัยเหล่านี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ยุค 4.0 จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ซึ่งเหมือนที่หลายๆคนชอบพูดว่า ถ้าไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็ไม่มีการค้าขายออนไลน์ ไม่มีธุรกิจฟินเทค ดังนั้นกสทช.จะพยายามทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านให้ได้ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในอาเซียน”.