ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/258848
การเมือง : 3 ก.พ. 2560
“สนช.”จี้รัฐจัดการรถมือสองผ่านแดนเทียม
“สนช.”จี้รัฐจัดการรถมือสองผ่านแดนเทียม ชี้พิรุธตัวเลขผ่านแดนไทย-พม่า ไม่ตรงกัน ค้างอื้อในด่านแม่สอด 30,000 คัน หวั่นกระบวนการค้ารถมือสองเลี่ยงกม.
3 ก.พ. ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิต ชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณากระทู้ถามของพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องมาตรการควบคุมการผ่านแดนรถยนต์มือสองจากต่างประเทศไปยังประเทศที่สามอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่า จากการลงพื้นที่เพื่อติดตาม ตรวจสอบ การขนส่งรถยนต์มือสองผ่านแดนอย่างต่อเนื่องตามข้อร้องเรียน พบว่ายังมีปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์มือสองผ่านแดนยังตกค้างอยู่ในเขตประเทศไทยจำนวนมาก มีการมาจอดพักในพื้นที่ ที่มีลักษณะเหมือนคลังสินค้าในหลายๆ คลังในพื้นที่ตามแนวชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้ง ๆ ที่จะต้องนำผ่านแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยเร็ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าผู้ประกอบการอาจใช้การปฏิบัติการทางศุลกากรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คือการนำไปสู่การค้ารถยนต์มือสองโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อไม่ต้องเสียภาษี และมีการทำเป็นกระบวนการค้ารถผิดกฎหมาย หรือลักลอบซื้อขายประมูล สวมสิทธิ หรือนำอะไหล่ออกมาขาย ซึ่งกรณีนี้ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียทางเศรษฐกิจประเทศ และผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์มือสองมาปรับสภาพที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย
พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า จากข้อมูลการผ่านแดนรถยนต์มือสองไปยังประเทศเมียนมาร์ในห้วงเวลาเดือนพ.ย.ปี 2558 –ก.ค. ปี2559 รวม 9 เดือน ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่สิ้นสุดการผ่อนผันเมื่อ 1 ต.ค.ปี 2558 เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกัน โดยกรมศุลกากร ได้ให้รถยนต์มือสองผ่านแดนไปยังประเทศเมียนมาร์ นำเข้า 35,076 คัน ส่งออกไป 34,834 คัน แต่ทางกมธ.ได้มีการสอบถามไปยังประเทศเมียนมาร์ โดยให้ข้อมูลว่า มีรถยนต์มือสองผ่านแดนที่ด่านศุลกากร อ.แม่สอด 2,082 คัน อยากถามว่าที่เหลือ 30,000 กว่าคัน หายไปไหน ถือเป็นความเสียหายต่อประเทศ เพราะไม่มีการเสียภาษี ดังนั้นจึงขอถามว่า รัฐบาลว่ามีนโยบายหรือมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มทุนที่นำรถยนต์มือสองจากต่างประเทศผ่านแดนไปยังประเทศที่สามที่ผิดกฎหมายโดยอาศัยคำว่าสินค้าผ่านแดนเหล่านี้อย่างไร รวมทั้งปัญหารถยนต์มือสองตกค้างอยู่ในพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะ อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นจำนวนมากจะควบคุมตรวจสอบอย่างไร นอกจากนี้ข้อมูลภายในการนำเข้ารถยนต์มือสองของกรมศุลกากรก็ไม่ตรงกัน รวมถึงข้อมูลรถยนต์ผ่านแดนของประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ตรงกับกรมศุลกากรรัฐบาลจะมีมาตรในการแก้ไขอย่างไร
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงแทนนายกฯว่า า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเพราะเรื่องของสินค้าผ่านแดนเป็นปัญหาสะสมมายาวนาน มาตรการที่กรมศุลกากรดำเนินการก็เป็นไปตามประกาศ กำหนดให้ของผ่านแดนต้องส่งไปนอกราชอาณาจักรภายใน 90 วันนับแต่วันที่เข้ามา ถ้าไม่เอาของออกไปก็ให้ถือว่าของนั้นไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และจะดำเนินการกับของผ่านแดนทั้งหมดตามระเบียบว่าด้วยของตกค้าง แต่มาตรการในการควบคุมทางกรมฯได้ประสานงานกับด่านแม่สอดก็ได้รับรายงานว่ารถยนต์ผ่านแดนแม่สอดนั้นขณะข้ามแดนจะมีการบันทึกภาพยานพาหนะในการขนส่งสินค้า ถ่ายภาพและขูดตัวถึงรถยนต์เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันและตรวจสอบ
ส่วนการควบคุมสินค้าที่อยู่ในคลังทางด่านให้เจ้าของคลังสินค้ารายงานเข้าออกสินค้าเป็นรายวันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินค้ารายวันถูกต้องได้ และทางด่านได้จัดชุดป้องกันและปราบปรามเพื่อสอดส่องลักลอบรถยนต์ออกจากคลังสินค้า มีจุดสกัดบริเวณบ้านห้วยหินสน ร่วมกับด้านความมั่นคงอื่นเพื่อไม่ให้นำสินค้าลักลอบออกนอกพื้นที่ได้ สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการต่อไปเรื่องกฎระเบียบทำตาม 90 วันถือว่ายาวนานอาจจะเป็นจุดล่อแหลม ได้หารือกับกรมศุลกากรแล้วอาจจะทำให้สั้นลง เหลือ 30 วัน หลังจากนั้นถ้าไม่เอาของออกก็จะทำตามกฎระเบียบ ถ้าไม่นำออกก็จะนำมาจำหน่ายทอดตลาด ส่วนการควบคุมจะทำให้สินค้าอยู่ในแผ่นดินสั้นลง รวมทั้งยังออกมาตรการอนุญาตคลังสินค้าที่มีอยู่กว่า 20 คลังสินค้า ซึ่งเป็นที่พักสินค้าให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และจะไม่อนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าเพิ่มจากที่มีอยู่อีก
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขณะที่เส้นทางที่จะออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านมี 2 เส้นทางคือเส้นทางบนสะพาน และเส้นทางชั่วคราวนั้นจะให้อยู่บนเส้นทางที่เป็นทางการให้มากเท่าที่เป็นไปได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยเพราะมีการปะทะตามแนวชายแดน เพราะประเทศพม่ามีเรื่องชนกลุ่มน้อย เท่าที่ทราบ 90 เปอร์เซ็นต์ผ่านทางอนุมัติชั่วคราว อนุมัติที่อยู่บนสะพานอาจได้ข้อมูลจากรัฐบาล ซึ่งตัวเลขเหล่านี้อาจจะคลาดเคลื่อนอยู่เพราะตัวเลขที่ไม่เป็นทางการฝั่งพม่า คงไม่นำมากำกับตรวจสอบ แต่จากนี้ไปสต๊อกที่อยู่ในคลังข้อมูลต้องตรงกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวิสุทธิ์ ตอบคำถามเสร็จ พล.อ.สิงห์ศึก ยังได้ถามย้ำถึงข้อมูลรถยนต์ผ่านแดนไม่ตรงกัน โดยตัวเลขของกรมศุลกากรนำเข้าผ่านแดนถึง 35,000 คันแต่รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านบอกว่าอนุญาตจุดนี้เพียง 2,082 คัน จึงสงสัยว่าประเทศไทยมีนโยบายอย่างไรกันแน่ ทั้งที่ผ่านเจ้าหน้าที่ของรัฐหมด นโยบายปากว่าตาขยิบหรือเปล่า ทำให้เพื่อนบ้าน ที่กังวลที่สุดคือรายงานผลการศึกษาของของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง สนช.รายงานต่อครม. ที่ ระบุว่าให้กรมศุลกากรตรวจสอบว่าเหตุใดของผ่านแดนจึงสามารถซื้อขายภายในประเทศได้ ซึ่งกรมศุลกากรตอบว่าสินค้าที่กรรมาธิการเสนอมาน่าจะเป็นรถจักรยานเท่านั้น
“จนถึงวันนี้ท่านก็รู้ว่าผมจองกฐินท่านมานานแล้ว แต่ท่านไม่พูดถึงรถมือสองผ่านแดน และกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯเขาก็สรุปรถผ่านแดนด้วย ท่านยังไม่สำนึก ยังบอกว่าเป็นรถจักรยานเอามาขายข้างทำเนียบ ขออนุญาตผมว่าต้องสำนึก เจ้าหน้าที่ของรัฐ ฝ่ายบริหารระดับสูง ที่เขาพูดถึงสินค้าอื่นๆ ที่ผลประโยชน์ของชาติเรื่องภาษี เรื่องของเพื่อนบ้าน เรื่องของรถมือหนึ่งที่เราประกอบเขาจะได้ซื้อเข้าไป”พล.อ.สิงห์ กล่าว
