ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.พ. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/858681

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ดีแทค) ได้เปิดแถลงข่าวประกาศปรับแบรนด์แพล็ตฟอร์มครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “FLIP IT-แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย” ใช้งบลงทุนกว่า 200-300 ล้านบาท โดยเป็นการปรับแบรนด์แพล็ตฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบมากกว่า 10 ปี จากเดิมที่ดีแทคสื่อความหมายแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Feel Good” มาโดยตลอด
และการประเดิมแบรนด์แพล็ตฟอร์มใหม่ เริ่มต้นจากการเปิดตัวแพ็กเกจ “Go โนลิมิต”สำหรับลูกค้าทั้งระบบรายเดือน (โพสต์เพด) และระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ของดีแทค ไม่ต้องถูกปรับลดความเร็วของบริการอินเตอร์เน็ต รวมทั้งยังปล่อยให้โทรฟรีในเครือข่ายของดีแทคทั้งหมดด้วย
โดยนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค กล่าวว่า แพ็กเกจโนลิมิตไม่ใช่การเริ่มต้นสงครามราคา แต่เป็นนวัตกรรมใหม่ของการกำหนดค่าบริการ ตามความต้องการของลูกค้า และไม่มีความกังวลว่าจะกระทบต่อรายได้ เนื่องจากการเปิดตัวแพ็กเกจที่โดนใจ น่าจะสามารถเรียกความสนใจจากลูกค้าได้และทำให้ยอดขายรวมทั้งจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยไม่มีความกังวลว่าฐานลูกค้าที่มีอยู่จะลดต่ำลงกว่าทรูมูฟ เอช ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในอันดับ 3 ตราบใดที่ส่วนแบ่งด้านรายได้ยังคงอยู่ที่อันดับ 2 ส่วนเรื่องกำไรในปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลงกว่า 65% นั้น สืบเนื่องมาจากการหักค่าเสื่อมก่อนสัมปทานหมดอายุในปี 2562 ซึ่งจะกระทบผลประกอบการในปีนี้ด้วย ก่อนจะดีขึ้นหลังจากนั้น
ส่วนการเตรียมพร้อมต่อการบริหารเครือข่ายและคลื่นความถี่ ก่อนที่สัมปทานบนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์จะหมดอายุลงนั้น ส่วนตัวมีความมั่นใจมากว่าดีแทคจะสามารถได้คลื่นมาเพิ่มก่อนแน่นอน เนื่องเพราะมีคลื่นจำนวนมากที่จะถูกนำมาประมูลหรือนำมาใช้ในระยะต่อจากนี้
“สำหรับดีแทค การเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้น และในอนาคตจะมีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าเพิ่มเติมออกมาอีก”
นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด ดีแทค กล่าวว่า การแข่งขันของดีแทค จะแตกต่างจากคู่แข่ง และคิดว่าตอบโจทย์มากกว่า เพราะการถูกลดทอนความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ถือเป็นสิ่งที่รบกวนลูกค้ามาโดยตลอด ส่วนกรณีที่คู่แข่งทั้งเอไอเอสและทรูมูฟ เอช แข่งกันให้บริการคอนเทนต์รายการทีวีระดับโลก เช่น ช่องเอชบีโอหรือฟ็อกซ์นั้น ดีแทคมองว่าบริการของดีแทคเป็นประโยชน์กับลูกค้าในภาพรวมมากกว่า และน่าจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าอยากได้จริงๆ
ด้านนายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวว่า แม้ว่าจะมั่นใจมากว่าดีแทคจะได้คลื่นมาเพิ่ม ก่อนสัมปทานหมดอายุ แต่ก็ได้เตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเพิ่มความหนาแน่นของเครือข่ายเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้มีคุณภาพมากที่สุดบนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ที่ดีแทคมี รวมทั้งการเตรียมความพร้อมต่อการได้มาซึ่งคลื่นใหม่เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล และทันที
“สิ่งที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คู่แข่งทั้ง 2 รายเผชิญมาก่อนหน้านี้แล้ว และเขาก็ผ่านมาได้ เราจึงไม่มีความกังวลและเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านไปได้สบายๆ”.