“จตุพร”ปูดมีคนพยายามล้มปรองดองโยนบาป นปช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/259133

นปช., จตุพรแฉมีคนพยายามล้มปรองดอง, จตุพร, ปูด, พยายาม, ล้ม, ปรองดอง, โยน, บาป, นปช

การเมือง  : 5 ก.พ. 2560

“จตุพร”ปูดมีคนพยายามล้มปรองดองโยนบาป นปช.

ผอ.สันติวิธี ชี้ปรองดองต้องไม่อคติ ไม่เลือกสีเสื้อ “จตุพร” อ้างมีคนพยายามจะล้มปรองดองโยนผิดให้ นปช.ยัน นปช.พร้อมร่วมมือทุกอย่าง

    มื่อเวลา 14.30น. ที่ห้องไม้ไผ่ ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว พีซทีวีและนปช. จัดเวทีทัศน์สานเสวนา เรื่องปรองดอง ครั้งที่3 มี พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า นายจตุพันธ์ พรหมพันธ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ร่วมเสวนา

พล.อ.เอกชัยกล่าวว่า รายงานการปรองดองทั้งฉบับของสถาบันพระปกเกล้า ชุดของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชุดของนายคณิต ณ นคร มีการรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอไว้อย่างหลากหลาย มีทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและต่างประเทศ ความจริงการปรองดองไม่ต้องศึกษาใหม่ ควรเอาเรื่องที่เคยศึกษาไว้แล้วมาเขียนเป็นแผนปฏิบัติการได้เลย ปยป.ตั้งคณะ 4 คณะแต่เมื่อดูแล้ว คณะที่ 1.ที่บอกตั้งกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ แต่คณะที่ 2.ที่มีคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูป ตรงนี้แสดงว่าไม่ได้ทำปฏิรูป ตนเลยเข้าใจเลยว่า รัฐบาลจะมาทำเรื่องปรองดองในเฟส 3 ที่จะทำในปี 2560 การปรองดองให้เป็นรัฐบาลหน้าทำ คือเขียนแผนเอาไว้แต่ไม่ได้ทำ และเมื่อทำแล้วทั้งหมดต้องเข้าสภาฯเพื่อออกเป็นกฎหมาย เหมือนแผนงบประมาณ แผนสภาพัฒน์ฯที่ทุกหน่วยงานต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ ทั้งนี้การปรองดองควรทำ 3 ระดับ ประกอบด้วยฝ่ายนโยบาย ฝ่ายแกนนำ และฝ่ายประชาชน อย่าไปคิดว่าทำเพียงระดับล่างหรือระดับบน จะจบ มันไม่จบ หลังการปฏิวัติศูนย์ปรองดองของรัฐบาลเคยทำเรื่องปรองดอง เอาแกนนำทุกฝ่ายมาร่วมคุย ร่วมร้องเพลง แต่ทำได้เพียงแค่ปีเศษก็ยกเลิกหมดเลย

พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า การปรองดองนั้นต้องอย่าอคติ อย่าไปเลือกฟังเพียงบางเสียงของสีเสื้อ เพราะถือว่าหากฟังมากปัญญามี พูดมากปัญญาหมด การปรองดองอย่าบังคับทำ ความขัดแย้งของประเทศไทย เมื่อเกิดความขัดแย้ง อย่ามุ่งไปที่ตัวคน ต่อให้นายจตุพร นายทักษิณ ไปแล้วก็ไม่จบ ความขัดแย้งพร้อมถ่ายจากตัวคนไปสู่อีกตัวคนหนึ่งตลอดในทุก 20 ปี ตั้งแต่ 2475 ต่อมาเป็น 14 ตุลา 2516 มาพฤษภา 2535 มาพฤษภ า2553 นอกจากนี้เวลาพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมจะเกิดความขัดแย้งทันที เช่น มีการพูดถึงคำสั่ง 66/23 บางคนก็เสนอชะลอการลงโทษคดีทางอาญา กระบวนการยุติธรรมควรเริ่มคิกออฟจากอ่อน แล้วมาเข้ม เช่น 66/23 จะทำก็ต้องเขียนไว้ควรทำช่วงเวลาไหน ใครมาทำ รวมไปถึงการรับผิด ให้อภัยด้วย ไม่มีความขัดแย้งใดที่ไม่ทำเช่นนี้ แม้แต่ในประเทศรวันดา ที่ตายกันเป็นล้านๆคน วันนี้จึงอยากให้คิกออฟทันที อย่าเพิ่งไปคิดใหญ่ ไม่เชื่อว่าคนที่มีความเห็นต่างกันจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ อยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่ต้องมีกติการ่วมกันให้อยู่ร่วมกันได้ ต้องมีพื้นที่ให้เขา สุดท้ายหากทำแล้วยังมีความขัดแย้งกันใหม่ จะมีกลไกอะไรกันใหม่หรือไม่ ทั้งนี้เคยทำข้อเสนอเรื่องปรองดองเสนอไปยังรัฐบาลในอดีต สุดท้ายจะให้เป็นอย่างไร โดยมี 3 ทางเลือก นิรโทษกรรมทั้งหมด ให้หยุดกระบวนการยุติธรรมแล้วมาเริ่มกันใหม่ และเรื่องที่ตัดสินไปแล้วก็มาเริ่มคดีใหม่ แต่สุดท้าย รัฐบาลยุคนั้นเลือกให้ นิรโทษกรรมทั้งหมด ดังนั้นต่อไปต้องไม่มีการเสนอทางเลือกแบบนี้

“เรื่องปรองดองใช้ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้สติปัญญากันด้วย ต้องเข้าใจ บางคนบอกให้ลืมอดีต ถามว่าใครลืมได้ ต้องไม่ทิ้งอุดมการณ์ นอกจากนี้ ใครมาทำ อย่าให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแพ้แบบหมดรูป แล้วฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะ อย่างนั้นไม่เรียกว่าปรองดอง ต้องเหลือให้คนมีที่ยืนบ้าง ตอนนี้ขอรอแผนปฏิบัติการ ป.ย.ป.ที่ออกมา คนที่ตั้งมา เป็นที่ยอมรับหรือยี้ไหม ถ้ายี้ ก็คงโยนทิ้งให้หมด คนคงไม่รับฟัง เมื่อดูจากสัญญาณอยากให้มีการปรองดอง ที่ให้เข้าสู่โหมดปรองดองได้สำเร็จ แต่จะสำเร็จหรือไม่ ต้องไปดู แผนที่จะทำขึ้นมาชัดเจนไหม คนที่จะมาทำคือใคร ถ้าคนไม่ใช่ก็ผิดตั้งแต่แรก รัฐบาลนี้ที่เข้ามาเพราะเรื่องขัดแย้ง ถ้าออกมาด้วยความขัดแย้งแบบเดิม รัฐบาลจะอยู่ได้ไหม 2ปีกว่าถ้าเศรษฐกิจดี ก็พอยอมรับได้ รัชกาลปัจจุบันบอก ต้องทำเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข ประชาชนมีความสุข ดังนั้นจึงต้องทำ เราไม่ได้อยู่เพียงในประเทศอย่างเดียว สถานการณ์ในต่างประเทศก็บีบบังคับ ถึงเวลาที่ต้องบอกสังคมโลก จะเอาอย่างไรต่อไป เราต้องใช้ความอดทนให้มากที่สุด ในหลวงร.9 สอนเรื่องความอดทน พระมหาชนกว่ายน้ำ แม้มองไม่เห็นฝั่ง แต่ก็ว่ายต่อไปจนสุดท้ายเทวดามาช่วย ก็จะทำเรื่องปรองดองต่อไป ขอให้ตั้งสติ มีสมาธิ ไม่ว่าทำเรื่องอะไรก็มีมารผจญตลอด ถ้าใครว่าเราเสียหาย ไม่จริงอย่างที่ว่าก็ให้นิ่งเสีย ถ้าจริงก็ปรับปรุงตัวต่อไป”   พล.อ.เอกชัย กล่าว

ด้านนายจตุพรกล่าวว่า หลังเหตุการณ์พฤษภา2552 ถึงพฤษภา2557 มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องการปรองดองหลายชุด ที่ผ่านมาเรื่องปรองดองมักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จนพูดกันว่า ปรองดองอีกแล้ว หลอกลวงกันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้นายกรัฐมนตรี น้อมนำกระแสรับสั่งพระเจ้าแผ่นดิน ที่อยากให้เกิดความปรองดอง เกิดความสงบสุขในแผ่นดิน จึงเชื่อว่าปรองดองครั้งนี้เผลจะออกมาไม่เหมือนเดิม ส่วนตัวอยากให้มีการปรองดอง แม้มีเลือกตั้งก็ไม่จบ มีความขัดแย้งกันซ้ำซาก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายทำให้เกิดการล้มประชาธิปไตย รัฐบาลจะบริหารด้วยความลำบาก ไม่ว่ามาจากนายกฯคนในหรือคนนอก ดังนั้นควรมีกติกาใหม่ขึ้นมา เป็นข้อตกลงที่ไม่ใช่ระหว่างคู่ขัดแย้งต่อคู่ขัดแย้ง แต่เป็นของประชาชนคนไทยว่าจะต้องทำอย่างนี้ ประเทศไทยจะได้นับหนึ่งเดินไปได้ หากใครละเมิดกติกาที่ว่า ประชาชนจะได้จัดการ ตนไม่ได้สนใจพิธีกรรม เพราะพิธีกรรมดีๆ ไม่ได้จบลงด้วยวิธีปฏิบัติ

นายจตุพรกล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมามีความพยายามจะล้มการปรองดอง โดยจะให้พวกตนเป็นฝ่ายล้ม แต่เราก็เดินหน้าไป มีการหยิบยกบางคดีขึ้นมา เช่นคดี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม คำวินิจฉัยชายชุดดำ เอามาพยายามเชื่อมโยงให้เป็นเงื่อนไขปรองดอง เมื่อดูเส้นสายปลายทาง มีความพยายามจะล้มการปรองดอง พวกเราอยากให้ทำปรองดองให้สำเร็จ ไม่ใช่ก็ตั้งกรรมการก็เหมือนถูกหลอกมาให้ทำ ที่ทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้า การปรองดองต้องถามใจตัวเอง ต้องการปรองดองจริงหรือไม่ และจะปรองดองกันเรื่องอะไร ถ้าจะพูดคุยกัน หัวข้อที่จะร่วมกำหนดทิศทางนั้น ถ้าไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน วันข้างหน้าจะมีปัญหาอีก เช่น มาบอกไม่มีอภัยโทษ ไม่มีนิรโทษกรรม คนทำเรื่องปรองดองต้องเป็นคนน้ำไม่เต็มแก้ว ว่างเปล่า ฟังอะไรก็ได้ ถ้าน้ำเต็มแก้วมา ก็ทำด้วยความลำบาก แต่ที่เกิดขึ้นเหมือนมีบางฝ่ายไม่อยากให้มีการปรองดอง เพราะเขาเชื่อว่าถ้ายังมีความปรองดอง ยังได้ผลประโยชน์ การปรองดองต้องก้าวความรู้สึกส่วนตัวไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่มีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ ต้องปรับทัศนคติให้เอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ให้ปรับทัศนคติเพื่อให้เข้ากับความคิดคนๆนั้น ครั้งนี้จะวัดเรื่องความจริงใจ เมื่อเริ่มต้นขนาดนี้ คงมีคนทนไม่ได้ อาจมีมารทั้งหลายออกมายั่ว เพราะไม่ต้องการให้มีความปรองดง บ้านเมืองปกติสุข เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เลยต้องการให้บ้านเมืองขัดแย้งกันต่อไป

” ยั่วเพื่อจะล้มปรองดอง พูดยั่วเพื่อให้อีกฝ่ายทนไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องความตายที่เป็นแผลในใจ การจงใจเพื่อให้ทนไม่ได้ มาล้มกระดาน ส่วนผมยังเชื่อว่าปรองดองครั้งนี้ใกล้ความจริงมาก ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าปรองดองกันเรื่องอะไร เรามาไกลถึงขนาดไม่รู้ว่าใครเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เพราะวันนี้มีทั้งคู่ขัดแย้งที่ส่วนหนึ่งรู้ตัว กับส่วนที่ไม่รู้ตัว ซึ่งตรงนี้มีปัญหา ส่องกระจกก่อนออกจากบ้านได้หรือไม่ พูดความจริง ทั้งหมดต่างมีส่วนถูกและผิดเหมือนกันทั้งหมด แล้วยอมรับความจริง ความขัดแย้งคืออะไร แต่ปัจจุบันบอกตัวเองถูก แล้วชี้หน้าอีกฝ่ายผิด แล้วก็มาชวนปรองดอง พวกผมพร้อมยอมเจรจาปรองดอง ลงนามเอ็มโอยู ก็พร้อมทั้งที่ไม่รู้ว่า ยูนั้นคือใคร ครั้งนี้ขอให้ไปให้สุดทาง เพราะพิธีกรรมรูปแบบต่างๆ เราเห็นมาทั้งหมดแล้ว ในรูปธรรมในระยะเวลา 90 วัน ที่ผู้มีอำนาจบอกจะต้องรู้ผล ในเวลานี้ก็คงรู้ผลแล้วว่าจะสำเร็จหรือไม่ คนธรรมดา ใครมาชวนปรองดอง ชักไม่สบายใจ ปรองดองกลายเป็นคำไม่น่าเชื่อถือ เช่นเดียวกับพวกเราที่ต้องทนต่อการยั่วยุต่อไป ” นายจตุพรกล่าว

นางธิดา กล่าวว่า เห็นด้วยที่ไม่ควรนำผลการศึกษาแต่ละคณะทิ้งไป ควรนำมาใช้ด้วย ประเทศไทยมีความขัดแย้งยาวนาน บางคนบอกปัญหาความขัดแย้งเกิดจากบุคคล ถ้าลองเอาบุคคลที่มองว่าเป็นคู่ขัดแย้งทั้งหมดใส่แคปซูลยิงไปนอกโลก ความขัดแย้งก็ไม่จบ แต่ดูเหมือนว่ามีการเอาบุคคลที่ขัดแย้งมาเป็นข้อโจมตีทางการเมือง ประเทศเรา ชนชั้นกลาง ปัญญาชนไทยจำนวนมาก ไม่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย กลายเป็นรากหญ้าเรียกร้องประชาธิปไตยมากกว่าเรียกร้องเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ตรงกับทฤษฎี เพราะเขาเชื่อว่ามีประชาธิปไตยดี เศรษฐกิจก็จะตามมา เรายอมรับว่าสงวนท่าทีบางเรื่อง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ปรองดอง

นพ.เหวง กล่าวว่า ขอชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคในความปรองดอง โดยเฉพาะข้อเสนอของนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท.ที่บอกจำแนกความผิด 2 ประเภท แบบที่เบาหวิว ลดหย่อนผ่อนโทษคือ กรณียึดสนามบิน แต่ที่ให้ยกให้ไม่ได้คือ คดีเผาบ้านเผาเมือง ไม่รู้ว่าท่านพูดอย่างนี้ได้อย่างไร จะนำไปสู่ความปรองดองได้อย่างไร เพราะมีคำตอบก่อนที่จะมีการปรองดอง ทั้งที่บรรยากาศปรองดองตอนนี้ดีมาก รวมทั้งมีการขยายความคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่มีทั้งยกโทษและตัดสินให้มีความผิดคดีพกพาอาวุธ โดยศาลไม่ได้รระบุคำว่า ชายชุดดำในคำพิพากษาเลย แต่คนใน คสช.สรุปว่า ชายชุดดำไปยิงคน บางคนบอกไปถึงชายชุดดำไปยิงพล.อ.ร่มเกล้า ตาย

 

Leave a comment