ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/259773
การเมือง : 10 ก.พ. 2560
ยกฟ้อง“สนธิ ลิ้ม”ปราศรัยปี 51 ไม่ผิดหมิ่นเบื้องสูง
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำยกฟ้อง“สนธิ ลิ้ม”ไม่ผิดหมิ่นเบื้องสูง ปราศรัยปี 51 ซ้ำคำพูด ดา ตอร์ปิโด ศาลชี้ คดีขาดเจตนาพบสนธิ ปราศรัยเรียกร้องตำรวจดำเนินคดี “ดา ตอปิโด”
10 ก.พ. 60 – ที่ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 10 ก.พ.60 เวลา 09.30 น.ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2066/2553 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา10เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) อายุ 70 ปีเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112กรณีวันที่20ก.ค.51เวลากลางคืน จำเลยนี้ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยนายสนธิจำเลยนำเอาคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ที่พูดบนเวทีปราศรัย กลุ่มเสื้อแดง ที่สนามหลวง อันเป็นการพูดที่มีถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์มาพูดซ้ำ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยการปราศรัยของนายสนธิ กระทำด้วยการผ่านเครื่องขยายเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และผ่านทางเว็บไซต์ของเอเอสทีวี ให้ประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติได้รับชมและรับฟังทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเหตุเกิดที่แขวง – เขตดุสิต กทม. นายสนธิจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้เรื่องเจตนา
ขณะที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.55 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการพูดของจำเลยสืบเนื่องมาจากการที่ น.ส.ดารณี พูดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เป็นการพูดโดยถอดข้อความบางตอนมาสรุปให้ประชาชนฟัง โดยจำเลยเห็นว่าคำพูดของ น.ส.ดารณี เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ และพระราชินี จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.ขณะนั้นดำเนินคดีต่อ น.ส.ดารณี จึงแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาที่จะเรียกร้องให้มีการดำเนินคดี ไม่เป็นการขยายคำพูดอันมีเจตนาโดยตรงเพื่อหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และพระราชินี
แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ ให้จำคุก นายสนธิ เป็นเวลา 3 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี เนื่องจากเห็นว่า การนำคำพูดของ น.ส.ดารณี ที่พูดพาดพิงสถาบันเบื้องสูง มาปราศรัยอีกซึ่งเป็นการนำคำพูดมาหมิ่นประมาทซ้ำ โดยจำเลยไม่มีความจำเป็นต้องเอาเนื้อหามาถ่ายทอดพูดซ้ำในที่สาธารณะ
ต่อมา นายสนธิ จำเลย ยื่นฎีกา ขอให้พิพากษายกฟ้อง
โดยวันนี้ ศาลเบิกตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล มาจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งมีบุคคลใกล้ชิด จำนวนหนึ่ง มาให้กำลังใจด้วย
ทั้งนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคแรก บัญญัติว่า“บุคคลใดจะต้องรับผิดในทางอาญา ก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนาเว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยประมาท”
โดยคดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิด แม้ได้กระทำโดยไม่เจตนา
และเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวปราศรัยในที่ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นการกล่าวอ้างถึงคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินี เป็นการสรุปเอาเฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญจากคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯดังกล่าว โดยมิได้กล่าวข้อความอื่นใดที่จะส่อให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาหมิ่นเบื้องสูงแต่อย่างใด
แต่การกระทำของจำเลยยังเรียกร้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแก่ น.ส.ดารณี เนื่องจากเชื่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ปล่อยประละเลยไม่ดำเนินคดี แก่.น.ส.ดารณี เพราะเหตุที่ น.ส.ดารณีอยู่ในกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลในขณะนั้น โดยมีเจตนาปกป้องและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ มิให้บุคคลใดก้าวล่วงหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 70การกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคแรก
การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ภายหลัง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ กล่าวว่า ศาลเห็นว่าการกระทำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล นั้นขาดเจตนา โดยนายสนธิ มีเจตนาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจับกุมดำเนินคดี น.ส.ดารณีเพราะเห็นว่าขณะนั้น น.ส.ดารณีได้มีการพูดปราศรัยที่ท้องสนามหลวงมาแล้ว 2-3 วัน ดังนั้นการกระทำจึงเป็นคนละเจตนากัน
