ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/260009
การเมือง >ข่าวการเมือง : 12 ก.พ. 2560
หนุน รบ.หาคนผิดสินบนข้ามชาติ
“องอาจ” หนุน “รบ.” บูรณาการหาคนผิดสินบนข้ามชาติ
12 ก.พ.60 – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลโดย นายสุวพันธ์ ตันยุวัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เชิญหน่วยงานต่างๆ ทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง. ) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีสินบนข้ามชาติต่างๆ ว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลโดดลงมาบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เนื่องจากมีสินบนข้ามชาติถูกเปิดเผยจากต่างประเทศออกมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งคดีสินบนโรลส์ – รอยซ์ , คดีสินบนจัดซื้อสายไฟฟ้าเคเบิล , คดีสินบนสุราข้ามชาติ , คดีสินบนจัดซื้อกล้องวงจรปิด , คดีสินบนยา และเครื่องมือแพทย์ เพราะนับตั้งแต่มีการเปิดเผยสินบนข้ามชาติออกมา หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต่างทำงานซ้ำซ้อน ต่างคนต่างทำ ไม่มีเอกภาพ
นายองอาจ กล่าวว่า การที่รัฐบาลเข้ามาช่วยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ จะช่วยทำให้การทำงานคดีสินบนข้ามชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะช่วย ป้องกันปัญหาแต่ละองค์กรทำงานซ้ำซ้อน ช่วยให้เกิดการบูรณาการข้อมูล เพื่อนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และร่วมกันหาวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน สามารถเปิดโปงผู้กระทำผิดคดีสินบนข้ามชาติในไทยได้
“เห็นด้วยกับข้อเสนอของการประชุม เพื่อทำงานเชิงบูรณาการครั้งนี้ ที่เห็นชอบให้สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้อำนาจหน้าที่ผ่านพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 เพื่อประสานขอข้อมูลกับผู้ประสานงานกลางของสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสืบสวนคดีซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นทางการที่สามารถใช้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ทันที” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า ในโอกาสที่มีการเปิดเผยคดีสินบนข้ามชาติที่เกี่ยวพันกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจในไทยอย่างมากมายขณะนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุกมากขึ้น นำประสบการณ์การทำงานของหน่วยงานต่างๆ มาหาวิธีการป้องกันปราบปรามการทุจริตภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.
