เสนอเพิ่มอำนาจ “ผู้ตรวจฯ” ลงโทษ ขรก.-นักการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/260388

เวทีสัมมนา เสนอเพิ่มอำนาจ ผู้ตรวจฯ ลงโทษ ขรก.-นักการเมือง ทำปชช.เดือดร้อน #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เสนอ, เพิ่ม, อำนาจ, ผู้ตรวจ, ลงโทษ, ขรก, นักการเมือง, เสนอเพิ่มอำนาจ, ผู้ตรวจฯ, ขรก-นักการเมือง

การเมือง  : 15 ก.พ. 2560

เสนอเพิ่มอำนาจ “ผู้ตรวจฯ” ลงโทษ ขรก.-นักการเมือง

เวทีสัมมนาเสนอเพิ่มอำนาจ”ผู้ตรวจฯ” ด้าน วิทวัส เสนอนิยาม ปม ปสก.ด้านสาธารณะ ให้ชัด หวั่น คนมูลนิธิฯ ไร้ปสก. แห่สมัคร ไม่ติดใจ บทบังคับให้โยนองค์กรอื่นรับผิดชอบ

           15 ก.พ.60 — ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อนำความเห็นไปประกอบการพิจารณายกร่างบทบัญญัติร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ในการจัดสัมมนาได้มีแบบสอบความคิดเห็นต่อประเด็นว่าด้วยอำนาจ หน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ต้องบัญญัติไว้เพิ่มเติมในหมวดที่สำคัญ อาทิ หมวดว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติ สอบถามถึงความเห็นด้วยหรือไม่ที่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐเพื่อระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชน, การเสนอให้แก้ไข หรือปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งที่มีผลกระทบต่อประชาชน, หมวดว่าด้วยการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ การทำงานของหน่วยงานด้านการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐเพื่อสร้างความเข้าใจต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน, การเพิ่มอำนาจให้ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะฟ้องร้องหน่วยงานรัฐแทนประชาชน , เพิ่มอำนาจให้ผู้ตรวจการแผ่นดินกำหนดมาตรการชั่วคราวหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมที่ประชาชนได้รับ, กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควร เป็นต้น

โดยความเห็นของผู้ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ที่แสดงความเห็นต่อเวทีสัมมนา พบว่าต้องการให้ปรับบทบาทการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินให้ปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจและบทลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมืองท้องถิ่นที่กระทำผิดหรือกระทำสิ่งที่เป็นผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ขณะที่พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่าในโจทย์ที่ กรธ. ระบุถึงการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งการทำงานเชิงรุกโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องทุกข์, การประสานงานกับองค์กรอิสระอื่นๆ เป็นขั้นตอนการทำงานปกติของผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนกรณีที่เนื้อหาของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเบื้องต้นกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินโอนงาน หรือประเด็นร้องเรียนที่เกี่ยวกับการทำงานขององค์กรอิสระอื่นๆ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ถือว่าเป็นการริบอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะที่ผ่านมาเมื่อพบข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระอื่นๆ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องสอบถามไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และหากพบว่าเป็นข้อร้องเรียนเดียวกับที่องค์กรอิสระนั้นๆ ตรวจสอบผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ดังนั้นประเด็นดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในอนาคต

พล.อ.วิทวัส กล่าวด้วยว่าสำหรับการให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินกำหนดมาตรการชั่วคราวหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมที่ประชาชนได้รับนั้น ตามระเบียบของผู้ตรวจการแผ่นดินมีกลไกเกี่ยวกับการบรรเทาทุกข์ไว้ แต่ให้อำนาจชะลอการกระทำของหน่วยงานที่สร้างความเดือดร้อนของประชาชนได้ ไม่เกิน 30 วัน ส่วนจะนำแนวทางดังกล่าวไปบังคับใช้กับองค์กรอิสระอื่นๆ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถให้ความเห็นได้

พล.อ.วิทวัส กล่าวด้วยว่าในประเด็นการดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจการแผ่นดินที่กรธ.ยืนยันว่าต้องพิจารณาคุณสมบัติเป็นหลัก โดยตนและนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดินยังถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบและสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้  แต่ตนมีข้อเสนอแนะต่อการเขียนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง โดยต้องกำหนดคำนิยามว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุว่า ต้องมีประสบการณ์ในกิจการเป็นสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 20 ปี ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต เนื่องจากคำว่ากิจการสาธารณะ อาจจะหมายถึงการตั้งมูลนิธิของวงศ์ตระกูล และให้ลูก หรือหลานในสกุลดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ แต่ไม่มีประสบการณ์ทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ที่แท้จริง แต่มีจำนวนปีที่ทำงานเกี่ยวกับสาธารณะครบถ้วน เข้ามาสมัครเพื่อเข้ารับการคัดเลือกได้ และอาจมีเป็นจำนวนมากซึ่งอาจทำให้เป็นภาระของกรรมการสรรหาในอนาคตได้

 

Leave a comment