ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.พ. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/860938

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อหาแนวทางปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่กำลังได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ให้ถูกต่างชาติแอบอ้างนำไปจดทะเบียน หรือนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เหมือนก่อนหน้านี้ที่ไทยเคยถูกต่างชาตินำรถตุ๊กตุ๊ก หรือท่านวดฤาษีดัดตนไปจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง ทั้งที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไปรวบรวมข้อมูล หลักฐาน รายละเอียดลักษณะเฉพาะของภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยแต่ละประเภทให้ชัดเจน เช่น ศิลปะ วัฒนธรรม พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้โต้แย้งกรณีเกิดปัญหาต่างชาตินำไปใช้จดทะเบียนเป็นของตนเอง หรือนำไปประกอบใช้จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไทยในเวทีระดับโลกในอนาคต ซึ่งหลังจากนี้มีแผนจะส่งสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ไปจดทะเบียนเป็นสินค้าจีไอในประเทศต่างๆ เพิ่มเติมด้วย จากปัจจุบันที่สินค้าจีไอไทยได้รับการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุงและดอยช้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในสหภาพยุโรป เป็นต้น
“นับวันศิลปวัฒนธรรมของไทยจะเป็นที่ ยอมรับในเวทีโลก เช่น มวยไทย รำไทย สมุนไพรไทย แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่มีมาตรการดูแลหรือแสดงความเป็นเจ้าของที่แท้จริง หากไม่มีมาตรการหรือข้อมูลความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน อาจทำให้ ต่างชาตินำภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ไปจดทะเบียนเป็นเจ้าของได้ ซึ่งการประชุมร่วมกับ WIPO เพื่อกำหนดแนวทางในการปกป้องทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้อยู่คู่กับคนไทยต่อไป จะเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) นำไปใช้พัฒนาธุรกิจ และใช้แข่งขันในยุค 4.0 ได้ เพราะศิลปวัฒนธรรมและธุรกิจบริการเป็นจุดแข็งของไทย”
ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในการจัดอันดับสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2560 ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จะประกาศผลสิ้นเดือน เม.ย.นี้ ภาคเอกชนเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพันธมิตรทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ (IIPA) ประกอบด้วย ค่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูด ค่ายเพลงชั้นนำของโลก บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ด้านบันเทิง และเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือ รวมถึงกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (BSA) ประกอบด้วยบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ ได้เสนอให้ USTR จัดอันดับไทยอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น โดยเสนอให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ IIPA เสนอให้ไทยอยู่ในกลุ่ม WL จากก่อนหน้านี้เสนอให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL)มาโดยตลอด
ทั้งนี้ IIPA ระบุว่า พอใจที่ไทยให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้ครอบคลุมเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และการละเมิดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต, การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน, การกำหนดยุทธ-ศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั้งระบบ ที่รวมถึงการป้องปรามการละเมิด และการสนับสนุนให้ภาพยนตร์ต่างประเทศมาถ่ายทำในไทย โดยการคืนเงินค่าใช้จ่าย 20% ให้แก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ในขณะที่ BSA พอใจการประสานงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม มีภาคเอกชนกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มพันธมิตรต่อต้านการปลอมระหว่างประเทศ (IACC) สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์แห่งสหรัฐฯ (PhRMA) และองค์กรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (BIO) ที่เสนอให้คงสถานะไทยในบัญชี PWL โดยต้องการให้ไทยยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สูงขึ้น เช่น การให้ความคุ้มครองสิทธิบัตรที่ครอบคลุมมากขึ้น การให้ความคุ้มครองข้อมูลผลการทดสอบยาอย่างเข้มงวด การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น โดย USTR จะรับฟังและประมวลความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย หลังจากนั้นจะประกาศสถานะประเทศ คู่ค้าในสิ้นเดือน เม.ย.นี้.