ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.พ. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/862814

“เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออม กอช.จะเสนอกระทรวงการคลัง พิจารณาแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อเพิ่มเงินสมทบสูงสุดจากภาครัฐให้มากขึ้นจาก 1,200 บาทต่อคนต่อปี เป็น 2,500 บาทต่อคนต่อปี และเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆให้สมาชิก เช่น การประกันชีวิตหมู่หรือประกันอุบัติเหตุ และส่วนลดจากการซื้อสินค้าในร้านที่กำหนด เป็นต้น”
ทั้งปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเงินสมทบให้แก่ประชาชน ตามช่วงอายุของผู้ออม คือ สมาชิกอายุตั้งแต่ 15-30 ปี รัฐสมทบให้ไม่เกิน 50% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อคนต่อปี, สมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อคนต่อปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ไม่เกิน 60 ปี รัฐจ่ายสมทบให้ 100% ของเงินที่ออม ไม่เกิน 1,200 บาทต่อคนต่อปี
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และประธานบอร์ด กอช. กล่าวว่า แม้การเพิ่มเงินออมสมทบจะเป็นการเพิ่มภาระรัฐบาล แต่ในระยะยาวจะช่วยลดภาระในการดูแลคนสูงอายุ ที่ปัจจุบันมีภาระงบประมาณราว 600,000-700,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆเลย ภายใน 10-15 ปีข้างหน้า อาจจะกลายเป็นวิกฤติการคลังของรัฐบาลได้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังต้องการให้บุคคลที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เข้าสู่ระบบการออม ตั้งแต่ยังไม่ทำงาน และเมื่อทำงานแล้วก็ต้องเข้าสู่การออมตามระบบของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนประกันสังคม รัฐก็จะหยุดจ่ายเงินสมทบและให้โอนเงินออมจาก กอช.เข้าสู่กองทุนที่เลือก เพื่อลดภาระทางการคลังของรัฐบาล.