ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.พ. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/862808

“เรามั่นใจว่าดีแทคน่าจะเป็นค่ายเดียวที่ตั้งใจนำคลื่นมาให้บริการในทันทีและเร็วที่สุด เพราะเราอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังจะขาดแคลนคลื่น เนื่องจากสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 850 เมกะเฮิรตซ์ จะหมดอายุลงในปี 2561 นี้ เราพร้อมจะลงทุนสร้างโครงข่ายในทันที ไม่ใช่เสนอแค่แผนแบบคนอื่น ดีแทคจึงน่าจะตอบโจทย์ทีโอทีมากที่สุด ในภาวะที่ทีโอทีต้องการคนที่ลงทุนจริงและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าทีโอทีทำรายได้จากคลื่น 2300 ได้จริง”
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า ความต้องการแรกของดีแทค ในการได้มาซึ่งคลื่นใหม่นั้น อยู่ที่คลื่นที่นำออกประมูลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะเชื่อมั่นในระบบใบอนุญาตมากที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนจาก กสทช.เลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เนื่องจากการมีแผนบริหารจัดการคลื่น (Spectrum Road Map) ในระยะยาวนั้น จะช่วยให้เอกชนทุกรายวางแผนอนาคตได้แต่เนิ่นๆ ส่งผลดีต่อการลงทุน โดยหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ สวีเดน นอร์เวย์ มาเลเซีย หรือแม้แต่เมียนมา ล้วนแต่มีแผนบริหารจัดการคลื่นทั้งนั้น
นายภารไดย กล่าวว่า ดีแทคยังมีความสนใจในการร่วมลงทุนบนคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ด้วยเช่นกัน แต่จากการศึกษาในแง่กฎหมาย เชื่อว่าคลื่นดังกล่าวเป็นคลื่นที่จัดสรรให้สำหรับบริการด้านโทรทัศน์ (Broadcast) เป็นหลัก จึงไม่ได้เสนอแผนไปยัง อสมท ต่างจากคู่แข่งรายอื่น.