ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2560 16:43
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/862566

วันที่ 20 ก.พ. 60 นายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนกลไกการจัดการปัญหาธุรกิจขายตรงกรณีแชร์ลูกโซ่ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่า ปัจจุบันรูปแบบของธุรกิจขายตรง มีการบิดเบือนไปจากแผนที่ได้รับอนุญาต มีหลายประเภทและส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนสูง โดยกรณีของแชร์ลูกโซ่เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค โดยโฆษณา หรือเสนอแผนการจ่ายผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง หรือจ่ายผลตอบแทนเร็วเกินไปเพื่อหวังระดมทุนจากสมาชิกรายใหม่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง ซึ่งจะมีความรัดกุมในการทำธุรกิจมากขึ้น เช่น กำหนดทุนจดทะเบียน และให้มีการวางหลักประกันในการทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการระบาดของแชร์ลูกโซ่ได้ด้วย นอกจากนั้น เดิมในกฎหมายนี้จะรวมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ แต่เนื่องจากพบว่า มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น จึงจะแยกธุรกิจอี-คอมเมิร์ซออกไปก่อน
ด้าน พล.ต.ต.ประสิทธ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงที่ถูกกฎหมายจะต้องจดทะเบียนกับ สคบ. โดยตนเอง เป็นเลขา สคบ. มา 4 เดือนแล้ว ขอยืนยันในความตั้งใจทำงาน จะไม่มีการเรียกรับเงินทองจากผู้ที่มาขอจดทะเบียนแน่นอน หรือหากมีเจ้าหน้าที่ สคบ. คนไหนเรียกรับเงินทองจะดำเนินคดีทุกคน
“ผมตั้งใจมาทำงาน เงินเดือนที่หลวงให้มากพอใช้จ่ายเพียงพอแล้ว ฉะนั้น ถ้าท่านใดที่ถูกหลอกลวงไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้ หรือเมื่อไหร่ ให้มาแจ้งให้ผมทราบ ผมจะพาไปฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยตัวเอง และทุกขั้นตอนที่ไปขอจดทะเบียน หากมีปัญหาใดให้เดินไปพบผมที่ห้องทำงานได้ทุกคน ผมจะทำงานอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา และผู้ประกอบธุรกิจขายตรงอะไรใดที่ทำดี ทาง สคบ. จะชมเชยบนเว็บไซต์ ถ้าทำผิดจากแผนเพียงเล็กน้อยก็ดำเนินคดีกันไป ไม่มีการประจาน แต่ขอให้ตรงไปตรงมา เพราะหากไม่ร่วมมือกันมีการหลอกลวง และคดโค้งธุรกิจขายตรง จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและไม่เป็นที่นิยมของประชาชน ทั้งๆ ที่ธุรกิจนี้เดินทางมาไกลแล้ว ปัจจุบันมียอดขาย 70,000 ล้านบาท ก็มีโอกาสที่จะแตะ 100,000 ล้านบาท ได้แน่นอน” พล.ต.ต.ประสิทธ์ กล่าว
พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ. กล่าวว่า สคบ. ได้สรุป “เตือนภัยแชร์ลูกโซ่” เพื่อเป็นข้อสังเกตให้ประชาชนหลีกเลี่ยง 10 ประการ คือ 1. ให้ดูสถานที่ตั้งของ สถานประกอบการเจ้าของธุรกิจต้องเป็นอาคารที่มั่นคง ไม่ใช่บ้าน แฟลต คอนโด หรือตั้งอยู่กลางทุ่งนา ซึ่ง สคบ. เคยเจอมาแล้ว และเจ้าของธุรกิจต้องไม่มีประวัติการทุจริตหรือถูกฟ้องร้อง 2. สินค้าที่ขายต้องไม่เป็นอันตราย ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น มีฉลากสินค้ามี อย.
3. เจตนาการขายสินค้า ถ้ามีแต่สมาชิก ไม่มีสินค้า ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง หรือถ้ามีการเพิ่มหุ้น ระดมทุนมากมาย เอารายได้รายใหม่ไปจ่ายรายเก่า ให้ตั้งข้อสังเกตเลยว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ 4. สินค้าของธุรกิจขายตรงต้องมีรับประกัน 5. สมาชิกขายตรง 1 คน มี 1 รหัส หาก 1 คนมีเป็น 10 รหัส คือแชร์ลูกโซ่
6. ค่าธรรมเนียมของธุรกิจขายตรงไม่สูงมากเกินไป กรณีค่าธรรมเนียมสูงมากให้สงสัยว่าเป็นการระดมทุนแบบแชร์ลูกโซ่ 7. แผนธุรกิจ การจ่ายผลตอบแทนไม่สูงเวอร์ ไม่จ่ายผลตอบแทนเร็วและถี่เกินไป 8. ธุรกิจขายตรงแท้ๆ ต้องมีการฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้ให้กับสมาชิก 9. การโฆษณาไม่เป็นเท็จ ไม่โอ้อวดเกินจริง ส่วนที่ธุรกิจขายตรงทำการโฆษณาเกินจริงอยู่ ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ทาง สคบ.จะเข้าไปจัดการ 10. ธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องต้องจดทะเบียนกับ สคบ.แล้ว