ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/253803
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดให้การกำจัดผักตบชวาเป็นวาระแห่งชาติ มีแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เนื่องจากวัชพืชทางน้ำอย่างผักตบชวาสร้างปัญหากีดขวางและเป็นมลภาวะทางน้ำมากขึ้นทุกปี แต่เดิมกรมชลประทานได้ดำเนินการเป็นรอบเวรโดยใช้งบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปีละ 120 ล้านบาท และกรมชลประทานปรับแผนงบประมาณจากเงินเหลือจ่ายเพื่อการกำจัดผักตบชวาอีกประมาณ 120 ล้านบาท รวมทั้งหมดประมาณ 200-240 ล้านบาทต่อปี สามารถกำจัดผักตบชวาได้ประมาณ 6 ล้านตันต่อปีทั่วประเทศ แต่จากนี้ไปจะทำการปรับแผนใหม่ตามวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้การกำจัดผักตบชวาเป็นงานประจำทำต่อเนื่องและเฝ้าระวังตลอดเวลา
นอกจากนี้เพื่อให้การกำจัดผักตบชวาเป็นไปอย่างยั่งยืนแล้ว ยังได้ให้หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค และส่วนกลาง ร่วมกันดูแลทางน้ำ โดยดำเนินการกำจัดผักตบชวาในทางน้ำของตนทุกวันเสมือนเป็นการเก็บกวาดขยะบนผิวถนน และห้ามปล่อยลงในทางน้ำอื่นโดยเด็ดขาด ส่วนผักตบชวาที่เก็บได้ให้นำไปผลิตเป็นปุ๋ยแจกจ่ายแก่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อไป
“ขณะนี้หน่วยงานของกรมชลประทานทุกจังหวัดพร้อมรับแผนงานใหม่ ทำการระดมสรรพกำลังกำจัดผักตบชวาครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นต้น พร้อมทั้งได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณลำน้ำทั่วประเทศที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานระยะทางรวม 36,288 กิโลเมตร ถึงผู้ที่พบเห็นผักตบชวาขวางทางน้ำ สามารถโทรแจ้งกรมชลประทานให้เข้ากำจัดได้ทันที พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเรือกำจัดวัชพืชจากเดิมขนาดเล็กสามารถเก็บได้ 16 ตัน/วัน/ลำ เป็นขนาดกลางซึ่งจะสามารถเก็บได้ 30 ตัน/วัน/ลำ ด้วย คาดว่าภายในปี 2560 จะไม่มีวัชพืชน้ำกองสะสมขวางทางน้ำอีก” นายสัญชัย กล่าว
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในตอนท้ายว่า ผักตบชวาสามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว เติบโตเร็ว จึงต้องอาศัยวิธีการกำจัดอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับการกำจัดขยะ ดังนั้นหากราษฎรที่มีทางน้ำผ่านหน้าบ้านแล้วช่วยเก็บหรือกำจัดวัชพืชน้ำเหล่านี้ หรือช่วยกันสอดส่องดูแล เมื่อพบเห็นวัชพืชขวางทางน้ำชลประทานให้โทรแจ้ง ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ ระบายน้ำ ฟื้นฟูทัศนียภาพของแม่น้ำ ลำคลองได้โดยตรง และช่วยรัฐประหยัดงบประมาณในทางอ้อมไม่แต่เพียงปีนี้ แต่ปัญหาผักตบชวาจะหมดไปอย่างถาวรอีกด้วย