ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/252505
วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 11.47 น.
15 ม.ค.60 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าฝ่ายติดตาม ฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายสนับสนุน เลขาธิการ บก.ปภ.ช. อธิบดีทุกกรมในสังกัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในภาคใต้ทุกจังหวัด เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยระลอกใหม่ ที่อาจเกิดในวันที่ 16 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป
โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตั้งแต่วันดังกล่าว อาจเกิดภาวะฝนตกหนักพื้นที่ภาคใต้ระลอกใหม่ และได้มีการประชุมร่วมทางไกล ระหว่าง บก.ปภ.ช.ไปยังพื้นที่ด้วยแล้ว เพื่อซักซ้อมเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม จึงขอย้ำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ผู้รับผิดชอบและหน่วยงานตามโครงสร้าง กอ.ปภ.ช และ กอ.ปภ.ช.(สน.) และ กอ.ปภ.จ. อำเภอ รวมทั้ง อปท.ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้
1.ขณะนี้มีการประกาศยกระดับภัยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว ให้จังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดจาก ปภ.จังหวัดเป็นระดับ รองผู้ว่าฯ หรือปลัดจังหวัด ในระดับอำเภอให้มอบหมายปลัดอำเภออาวุโส รับผิดชอบแทนปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง หรือปลัดป้องกันส่วนพื้นที่ อปท.ให้มอบหมายปลัด อปท.แทน ผอ.กองป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ทั้งนี้ ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานได้ประชุมเน้นย้ำและกำกับติดตามงานโดยใกล้ชิดรวม ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยมาร่วมงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้พร้อมเพรียงกัน และเจ้าหน้าที่ไม่ควรอ้างคำสั่งแบ่งงานตามภาวะปกติ เพื่อปฏิเสธงาน หรือความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด
2.พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดเหตุน้ำท่วมสูงในรอบนี้คือ บริเวณที่ลุ่มต่ำ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และอำเภอรอบทะเลน้อย จ.พัทลุง ต่อเนื่องทะเลสาบสงขลา บริเวณ อ.ระโนด นั้น ขอให้ ผู้ว่าฯ ในพื้นที่ได้ประสานงานกับหน่วยทหารเรือ หรือหน่วยชลประทาน และหน่วยต่างๆ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ไว้ก่อน โดยมอบหมายให้รองอธิบดี ปภ.ตรวจสอบ (check list) กับหัวหน้าส่วนสนับสนุนการปฏิบัติงานในสภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ที่ประจำ บก.ปภ.ช.ส่วนกลาง ว่าได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้สนับสนุน บก.ปภ.ช.(สน.) และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่แล้วหรือไม่
3.เมื่อเกิดน้ำท่วมจนเกิดพื้นที่วิกฤต ขอให้แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นการเฉพาะ เพื่อเข้าไปรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง ประสานงานกับหน่วยต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ตาม 5 ขั้นตอนบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต เหมือนการดำเนินการที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
4.ขณะนี้มีการอนุมัติให้ขยายวงเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ เป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาท พร้อมยกเว้นระเบียบให้จังหวัดสามารถใช้งบฯ ดังกล่าวแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเรื่องต่างๆ ได้แล้ว เช่น การซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนหน่วยงานทหาร หรืออื่นๆ ที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ มาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ จึงขอให้จังหวัดศึกษาระเบียบแนวทางใหม่ดังกล่าวให้เข้าใจ โดยอาจมอบคลังจังหวัด หรือ บก.ปภ.ช.(สน.) หรืออาจขอให้สำนักงานคลังเขตเข้ามาดูแลเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ผู้ปฏิบัติด้วยก็ได้
5.ขอให้วางแผนการบริหารการแจกจ่ายถุงยังชีพต่างๆ ให้เป็นระบบ ทั่วถึง ครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน ซึ่งในที่ประชุม ขณะเดียวกันในจุดวิกฤตหรือที่พักพิงผู้ประสบภัยให้พิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่หรือแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จซึ่งต้องดูแลเรื่องอนามัยความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกด้วย
6.ในพื้นที่ที่ภัยยุติหรือน้ำลดแล้วให้มอบหมาย อปท.และหน่วยงานสาธารณสุข หรือหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปดำเนินการเร่งทำความสะอาด (big cleaning) พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด (เป่าล้าง) บ่อบาดาล ท่อน้ำประปาหมู่บ้าน ชุมชนรวมทั้งจัดทีมแพทย์ไปแนะนำการป้องกันโรคหลังน้ำท่วมเช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง ท้องร่วง และไข้หวัดไว้ด้วย
7.ขณะนี้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วมมากขึ้น โดยไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมโดยตรง ให้จังหวัด และหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำ บก.ปภ.ช.(สน.) เร่งชี้แจงทำความเข้าใจ หรือแนะนำเกี่ยวกับการใช้ความระมัดระวังการใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วมให้กว้างขวางด้วย
8.ขอให้จังหวัดเร่งรัดส่งรายงานสถานภาพครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่เสียชีวิตแล้วมายัง บก.ปภ.ช.ภายในเวลา 16.00 น.ด้วย
9.ขอให้จัดทำระบบการรับเงินบริจาค หรือการใช้เงินบริจาคให้ถูกต้องตามระเบียบ มีความรัดกุม โปร่งใสโดยอาจมอบหมายให้คลังจังหวัดหรือเสมียนตรา หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการประจำ กอ.ปภ.จ.อำเภอ และ อปท.ด้วยก็ได้
10.ในพื้นที่ จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และ จ.ระนอง หรือพื้นที่อื่นๆ ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขอให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆ รวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามระเบียบต่างๆ ให้เรียบร้อย รวดเร็ว รวมทั้งให้ศึกษาทบทวนแผนปฏิบัติงานเดิมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ (lesson learned) และพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงวางแนวทางและโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว เช่น การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ การสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ(แก้มลิง) ประการสำคัญให้นำแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชทานแนวทางไว้ให้แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ด้วย
