ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/254966
2 ก.พ. 60 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุม อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งได้มีการประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองเชียงราย นายบุญส่ง เต ชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายสุรนาท ศิริโชค รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงหรือระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง เพื่อการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขง ตั้งแต่มณฑลยูนนาน จีนตอนใต้ จนถึงแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศจีน ได้ดำเนินการตั้งแต่จีนตอนใต้เรื่อยมา จนถึงสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงเชียงราย และในปัจจุบันได้มีการสำรวจระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ จ.เชียงราย ลงไปจนถึงแขวงหลวพระบาง ระยะทางประมาณ 374 กิโลเมตร ทำให้ภาคเอกชน และภาคประชาชนชาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้ออกมาต่อต้านโครงการระเบิดหินอย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเกาะแก่ง กระแสน้ำไหลแรง ฯลฯ กระทั่งรัฐบาลมีมติคณะ รัฐมนตรี (ค.ร.ม.) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2559 เห็นชอบเรื่องการศึกษาและสำรวจแม่น้ำโขงในเขตที่ติดกับประเทศไทยยิ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2560 เป็นต้นไป โดยมีการจัดกิจกรรมเริ่มต้นบริเวณ ผาถ่าน ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นการนำร่อง
โดยนายบุญส่ง กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากปลัดกระทรวงมหาดไทยช่วงคืนที่ผ่านมาว่า ทางรัฐบาลไม่ได้มีข้อตกลงใดๆ เกี่ยวกับการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงในพื้นที่ จ.เชียงราย ดังนั้นทางจังหวัดเชียงราย จึง ถือโอกาสแจ้งให้ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึงภาคประชาชนและสื่อมวลชน ให้ได้รับทราบเพื่อไม่ให้เกิดข้อมูลที่ผิดพลาดและคลาดเคลื่อน ทั้งนี้กรณีของ ภาคประชาชนหากจะมีการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ขอให้ใช้สติ และขอให้ทุกฝ่ายได้มั่นใจด้วยว่าการตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลจะขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ทางด้านนายสุรนาท กล่าวว่า กรณีมติ ครม. เป็นเพียงเรื่องอนุญาตให้มีการสำรวจเฉพาะพื้นที่แม่น้ำโขงที่ติดกับประเทศไทยตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปจนถึง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุด เขตแดนไทยทางแม่น้ำโขงทางภาคเหนือ โดยยังไม่มีการเปิดให้มีการระเบิดเกาะแก่งแห่งใดในแม่น้ำโขง พราะตามข้อตกลง 4 ชาติลุ่มแม่น้ำโขง คือ ไทย เมียนมา สปป.ลาว และจีน นั้นมี Development plan หรือ แผนการพัฒนาเพื่อการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงที่กำหนดเอาไว้ว่า เมื่อมีการศึกษาและสำรวจแล้วจะนำผลเข้าสู่การหารือกันอีกครั้งหนึ่ง กรณีของประเทศไทยก็จะนำผลจากการศึกษาและสำรวจดังกล่าวกลับเข้าสู การพิจารณาของ ค.ร.ม.อีกครั้งด้วยเพราะจะต้องไม่มีผลกระทบต่อแนวเขตแดนไทย-สปป.ลาว ด้วย ดังนั้นสรุปได้ว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการระเบิดเกาะแก่งใดๆ ที่ติดกับประเทศไทยแต่อย่างใด
นายสุรนาท กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะระเบิดเกาะแก่งในอนาคตหรือไม่นั้นตอบไม่ได้เพราะยังไม่มีการศึกษาและสำรวจ เมื่อไม่มีก็ชี้ชัดลงไปไม่ได้แต่อาจสันนิฐานได้ 2 ด้าน คือ อาจจะไม่มีการระเบิดเกาะแก่ง โดย เมื่อสำรวจแล้วอาจเห็นควรให้มีการใช้เครื่องช่วยเหลืออื่นแทนการระเบิดเกาะแก่ง เช่น ทุ่น หลักนำ ฯลฯ หรืออาจจะมีการดำเนินการซึ่งก็ต้องมาดูที่ข้อสรุปผลการศึกษากันอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อยังไม่มีการสำรวจ ทำให้ฝ่ายไทยได้เสนอขอเข้าร่วมสำรวจด้วยโดยได้จัดเจ้าหน้าที่จาก 3 ฝ่ายเข้าร่วมคือ หน่วยอุทกศาสตร์ทหารเรือ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย และกรมเจ้าท่า เป็น 3 หน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ชายแดนคนหนึ่ง กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมเจ้าท่า องค์กรภาคประชาชนที่ออกมาต่อต้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยหารือกับ บริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ของจีนที่ได้ สัมปทานดำเนินการปรับปรุงรองแม่น้ำโขงดังกล่าวและส่งเรือสำรวจตั้งแต่จีนตอนใต้จนถึงแขวงหลวงพระบางโดยผ่าน จ.เชียงราย ทั้งขาไปและกลับมาแล้วรอบหนึ่งว่าจะขอให้สถานศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ช.) ให้เข้าร่วมในคณะสำรวจของฝ่ายไทยด้วยเ พราะถือเป็นองค์กรคุณภาพที่สามารถรวบรวมข้อมูลโดยเฉพาะผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment:SIA ) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( Environmental Impact Assessment:EIA) แต่ปรากฎว่าทั้ง 2 หน่วยงานไม่ตอบรับที่จะเข้าร่วม จึงทำให้เหลือหน่วยงานของไทยที่จะร่วมสำรวจ กับเอกชนจีนด้วย 3 ฝ่ายดังกล่าวแต่เชื่อว่าทั้งหมดก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
รายงานข่าวแจ้งว่าในการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ( The joint Committee on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang–Mekong River among China,Laos Myanmar and Thailand หรือ JCCCN ) ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติอันเป็นที่มาของโครงการ ปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงดังกล่าว ได้มีการประชุมที่ประเทศพม่าเมื่อวันที่ 9-12 ม.ค.ที่ผ่านมา และฝ่ายไทยเสนอขอร่วมสำรวจกับเอกชนจีนดังกล่าว โดยตั้งเป้าว่าจะสำรวจแม่น้ำโขงระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย.2560 ก่อนนำเสนอ ค.ร.ม.ต่อไป ทั้งนี้ในปี 2561 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม JCCCN ซึ่งฝ่ายไทยจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุม 4 ชาติด้วย

สำหรับโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงเพื่อเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตามความร่วมมือของไทย เมียนมา สปป.ลาว และจีน ตั้งแต่ปี 2544 และมีการสร้าง JCCCN เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อน ที่ผ่านมาการปรับปรุง ร่องแม่น้ำโขงและระเบิดเกาะแก่งดำเนินการกับเกาะแก่งแม่น้ำโขงไปแล้วจำนวน 11 แห่ง เพื่อให้เรือขนาดไม่ต่ำกว่า 100 ตันแล่นได้ 95% ในรอบปีแต่ติดตรงแก่งคอนผีหลงติด อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพราะมี การต่อต้านและรัฐบาลไทยยังไม่เคยอนุมัติจนมีมติ ครม.วันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมาดังกล่าว และปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 มีแผนจะระเบิดและขุดลอกสันดอน 51 แห่ง เพื่อให้สามารถเดินเรือระวางบรรทุกอย่างต่ำ 300 ตัน โดยมีเป้าหมายที่เป็นเกาะแก่งติด อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น จำนวน 9 แห่ง โดยเอกชนจีนอยู่ระหว่างสำรวจดังกลาว นอกจากนี้ยังมีระยะที่ 3 ในการจะปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงให้สามารถเดินเรือ ระวางบรรทุกอย่างต่ำ 500 ตันเกือบตลอดทั้งปีด้วย.
ด้านองค์กรเครือข่ายที่ต่อต้านการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงของเอกชนจีนดังกล่าวนำโดยเครือข่ายธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา (กลุ่มรักษ์เชียงของ) มีกำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านดังกล่าว ในวันที่ 5 ก.พ.2560 เป็นต้นไปที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยจะมีการประชุมหารือ การออกแถลงการณ์ การล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านไม่เห็นด้วยแล้วนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงเรือสำรวจ ฯลฯ คาดว่า กิจกรรมจะมีอย่างต่อเนื่องต่อไป


