ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.พ. 2560 18:14
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/870051

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.60 นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้กำชับให้กรมการจัดหางาน ย้ำเตือนให้นายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมา กัมพูชา และลาว ปฏิบัติให้ถูกต้องและใช้แรงงานตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้จ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ตามระบบ MOU เท่านั้น หลังจากนี้จะไม่มีการเปิดจดทะเบียนรอบใหม่อีก แรงงานต่างด้าวประมาณ 1.3 ล้านคน ที่ถือบัตรสีชมพูขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์สัญชาติ โดยแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล และแปรรูปสัตว์น้ำ ที่ใบอนุญาตหมดอายุวันที่ 31 ม.ค.60 และ 22 ก.พ. 60 ได้เปิดต่อใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค. ใบอนุญาตทำงานที่ต่อให้จะหมดอายุในวันที่ 1 พ.ย. 60 เท่ากันทุกคน ขอให้นายจ้างรีบพาไปต่อใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.60 หากพ้นกำหนดจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวในกลุ่มนี้ มาต่อใบอนุญาตทำงานแล้ว 25,313 คน แบ่งเป็นแรงงานกิจการประมงทะเล 12,839 คน และกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ 12,474 คน
นายวรานนท์ กล่าวว่า นายจ้างจะต้องแจ้งบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล และที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ จากนั้นนำไปตรวจสุขภาพ ทำประกันสุขภาพ ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด รายงานตัวเพื่อขอรับบัตรใหม่ ที่ทำการปกครอง แล้วขออนุญาตทำงาน ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดใน 22 จังหวัดชายทะเล และกรุงเทพมหานครในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ สำหรับแรงงานประมงที่ไม่สามารถเข้าฝั่งได้ทันตามกำหนด ให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวภายในกำหนดก่อน เมื่อเดินทางกลับเข้าฝั่ง ให้ไปตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ รายงานตัว และขออนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และในระหว่างการอนุญาตทำงาน แรงงานต่างด้าวต้องไปดำเนินการตรวจสัญชาติให้แล้วเสร็จก่อนใบอนุญาตหมดอายุ เมื่อผ่านการตรวจสัญชาติ จะได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไปได้จนถึงวันที่ 1 พ.ย.62
นายวรานนท์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมการจัดหางาน กระทรวงแรงวาน ได้ออกตรวจดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และสถานประกอบการที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการลักลอบใช้แรงงานผิดกฎหมาย ผิดประเภทที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนมีแรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งหันไปลักลอบค้าขายแย่งอาชีพคนไทย จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายและเร่งแจ้งทันทีเมื่อแรงงานหลบหนี อย่าปล่อยหนีไปแล้วหาคนใหม่มาแทนที่ กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดชุดเฉพาะกิจเพื่อออกตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมดำเนินการคดีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย โดยคนต่างด้าวทำงานผิดประเภทจะมีโทษสำหรับนายจ้างปรับ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 1 คน ส่วนแรงงานต่างด้าวมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 2,000-100,000 บาท ขอให้คนไทยต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสคนต่างด้าวที่ทำงานผิดประเภท หรือที่แย่งอาชีพสงวนของคนไทย หรือแม้แต่คนต่างด้าวที่เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการสามารถแจ้งกรมการจัดหางาน เพื่อทำการดำเนินการตามกฎหมายได้ที่สายด่วนกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทรศัพท์ 1694
นายวรานนท์ กล่าวด้วยว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมดำเนินการคดีนายจ้างและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 59-20 ก.พ. 60 มีการตรวจสอบนายจ้าง / สถานประกอบการ 2,507 แห่ง ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ 58,996 ราย และได้ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าว 1,976 ราย เป็นเมียนมา 1,122 ราย กัมพูชา 462 ราย ลาว 165 ราย และดำเนินคดีนายจ้าง 296 ราย ส่วนการดำเนินคดีนายจ้างและแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยในช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีการตรวจสอบนายจ้าง / สถานประกอบการ 1,731 แห่ง ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว 1,450 ราย มีการดำเนินคดีต่างด้าว 1,225 ราย ที่ลักลอบทำการค้าและทำงานแย่งอาชีพคนไทย แยกเป็นกัมพูชา 432 ราย เมียนมา 415 ราย ลาว 164 ราย เวียดนาม 81 ราย อินเดีย 62 ราย จีน 24 ราย บังกลาเทศ 1 ราย อื่นๆ 46 ราย และดำเนินคดีนายจ้าง 248 ราย.