สปท.เพิ่มสัดส่วนตัวแทนสื่อ 2 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262086


พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, เพิ่ม, สัดส่วน, ตัวแทน, สื่อ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 27 ก.พ. 2560

สปท.เพิ่มสัดส่วนตัวแทนสื่อ 2 คน

กมธ.สื่อสปท.แก้ไขกม.คุมสื่อเพิ่มสัดส่วนตัวแทนสื่อ 2 คน นั่งสภาวิชาชีพสื่อหลังกม.ประกาศใช้สื่อเก่าใบอนุญาตอัตโนมัติ แต่ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 2 ปี

        27 ก.พ. — พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน พร้อมพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานฯ แถลงผลการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ…แถลงผลการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า  ที่ประชุมได้พิจารณาเนื้อหาเกือบเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค.และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(วิปสปท.)ในวันที่ 9 มี.ค. เพื่อสรุปว่าจะนำเข้าสู่วาระการประชุมสปท.ได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้ได้มีสมาชิกเสนอว่าจะต้องแจกร่างดังกล่าวให้ศึกษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อน ที่ประชุมได้ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาหลายแห่งได้แก่ มาตรา 3 คำจำกัดความผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและผู้ประกอบการ ซึ่งในปี 2020 เทคโนโลยีจะก้าวเข้าสู่ยุค 5 จี จะต้องมีการปรับคำนิยามให้ครอบคลุมไปถึงในช่วงนั้น ส่วนผู้ที่เขียนบทความที่ไม่ประจำจะไม่อยู่ในขอบข่ายนี้  ส่วนในมาตรา 36 ได้แก้ไข เป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงินเป็นผู้ตรวจบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตแทนจากเดิมที่ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)

พล.อ.อ.คณิต กล่าวว่า ส่วนคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติเดิมจาก 13 คนเป็น 15 โดยได้เพิ่มสัดส่วนของผู้แทนสมาชิกวิชาชีพจาก 5 เป็น 7 คน เนื่องจากพิจารณาให้สื่อภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สำหรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในบทเฉพาะกาลกำหนดให้สื่อมวลชนที่ประกอบวิชาชีพก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ให้ถือมีใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องไปแจ้งกับสภาวิชาชีพฯภายใน 2 ปี แต่สำหรับผู้ที่จะประกอบวิชาชีพสื่อรายใหม่จะต้องเข้ารับการอบรม ทดสอบ ประเมินผล (KPI) รายละเอียดหรือหลักเกณฑ์จะต้องเป็นไปตามที่สภาวิชาชีพฯกำหนด

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าวว่า  การขึ้นทะเบียนของสื่อมวลชนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เจ้าของสื่อหรือต้นสังกัดจะเป็นผู้ออกใบรับรองว่าเป็นสื่อจริง เพื่อขอขึ้นทะเบียนเอง ส่วนคนที่ทำสื่อออนไลน์ต้องดูเจตนาว่าต้องการเผยแพร่ข่าวสารสู่สาธารณะหรือไม่ และมีรายได้ประจำไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ก็ถือว่าเข้าข่ายตามกฎหมายนี้  อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดห้ามคณะทำงานสรรหาสมาชิกสภาวิชาชีพสื่อมวลชนให้มารับตำแหน่งในสภาวิชาชีพ เพราะถือว่าเป็นเรื่องมารยาท แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงก็จะนำประเด็นนี้เข้าสู่การหารือในที่ประชุมครั้งหน้าต่อไป

 

Leave a comment