ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/241028
การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข : 5 ก.ย. 2559
มรภ.-มทร.ขอคงสอบรับตรงเอง
ระบบคัดเลือกเด็กเข้าอุดมฯ เสียงแตก มรภ.-มทร.ขอคงรับตรงตามเดิม ชี้บริบทของมหาวิทยาลัย -รับเด็กต่างกัน
เมื่อวันที่5ก.ย.เวลา16.40น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) เกี่ยวกับการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในอุดมศึกษาว่าที่ประชุมเห็นด้วยในหลักคิดการปรับระบบการคัดเลือกฯ ใหม่ ซึ่งเบื้องต้น มรภ. และมทร. อยากให้คำนึงถึงบริบทของมหาวิทยาลัยที่แตกต่างจาก กลุ่มทปอ. และจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือในที่ประชุม ทปอ.ของตนเอง ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกเด็กว่าจะใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (จีแพ็ค) หรือคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย แต่โดยนโยบาย ตนก็ยังคงอยากให้นำคะแนนดังกล่าวมาใช้เป็นองค์ประกอบการในการคัดเลือกฯ ส่วนบางคณะที่มีการใช้ทักษะบางอย่างในการสอบ เช่น การทดสอบระหว่างที่มีการสอบข้อเขียนไปให้ในต้นสังกัด และการสอบทักษะจริงๆ อาจไปอยู่ในรูปแบบการสอบสัมภาษณ์ได้ส่วนการสอบครั้งเดียว จะทำให้เด็กเสียโอกาสนั้น การสอบครั้งเดียวนั้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน และเด็กจะต้องรู้ว่าและยอมรับในศักยภาพของตัวเอง เพราะไม่ได้ห้ามว่าเด็กไม่สามารถสอบในครั้งต่อไปได้
รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ ในฐานะประธานทปอ.มรภ. กล่าวว่า ตนจะนำข้อเสนอที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ ไปหารือในที่ประชุมทปอ.มรภ. ในวันที่30ก.ย.นี้ เบื้องต้น จากการหารือร่วมกับกลุ่มทปอ.มรภ.ก่อนหน้านี้ อยากขอให้คงการสอบรับตรงของกลุ่มมรภ.ไว้ โดยส่วนใหญ่จะจัดสอบรับตรงในช่วงเดือนมี.ค.ถึงพ.ค.ไว้ เพราะบริบทของมรภ. นั้น เปิดโอกาสให้เด็กในท้องถิ่นเข้าเรียน85%
ผศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการทปอ. กล่าวว่า ทปอ.ได้นำเสนอแนวทางในการนักเรียนเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยจะไม่มีการสอบเข้าใดๆ ทั้งสิ้นก่อนเดือนมีนาคม เพื่อให้นักเรียนจบม.6ก่อนจะมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย และ การสอบจะต้องเริ่มขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน โดยดำเนินการประมาณในช่วง6สัปดาห์เท่านั้น รวมถึงจะมีการบูรณาการข้อสอบความถนัดทั่วไป (แกต) และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (แพต) และวิชาสามัญ9วิชาใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการคัดเลือกระบบใหม่ การสอบกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) และโควต้าของมหาวิทยาลัยด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบเคลียร์ริ่งเฮาส์2ครั้งไม่มีความเหมือนกับระบบแอดมิชชั่นส์และเอนทรานซ์อย่างแน่นอน โดยหากทุกฝ่ายเห็นชอบเข้าร่วมระบบดังกล่าว จะจัดวางระบบได้ภายในเดือนธ.ค.2559และจัดทำคู่มือจัดสอบ
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่าโดยส่วนตัวตนเห็นด้วยกับการปรับระบบคัดเลือกใหม่ฯ เพราะจะทำให้เด็กนักเรียนได้เรียนอยู่ในชั้นเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่6 และมีการสอบครั้งเดียวเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เด็กไม่เครียด และไม่ต้องวิ่งรอกสอบ แต่ทั้งนี้ ไม่ควรมีการกำหนดรายละเอียด หรือสัดส่วนในการใช้คะแนนวิชาต่างๆ หรือเกณฑ์ในการคัดเลือกเด็ก ควรให้มหาวิทยาลัยไปกำหนดเอง ส่วนที่มีกระแสให้ยกเลิกการสอบรับตรงไปเลยนั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะกระทำได้ เพราะบางคณะ บางหลักสูตรยังคงจำเป็นที่มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการจัดสอบรับตรงเอง เช่น หลักสูตรนานาชาติ หรือการจัดสอบคัดเด็กในแต่ละภูมิภาค หรือโครงการพิเศษต่างๆ ซึ่งวิชาหรือเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกเด็กการใช้ข้อสอบกลางอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีการยกเว้นการจัดสอบรับในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม ระบบใหม่มีข้อดีในการลดปัญหาวิ่งรอกสอบ ภาระแก่ผู้ปกครอง และลดการสอบของเด็กลงได้ถึงร้อยละ80-90แต่จะมีปัญหาหากมหาวิทยาลัยทุกแห่งเข้าร่วม เพราะต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยยอดนิยมก็จะได้เด็กเก่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็อาจจะได้เด็กไม่ตรงกับที่ต้องการ ดังนั้น ไม่ควรล็อคว่าทุกมหาวิทยาลัยจะต้องเข้าร่วมระบบการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในอุดมศึกษาระบบใหม่นี้ ควรจะใช้เฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐเท่านั้น

