หวั่นคัดเลือกเข้าเรียนอุดมฯโฉมใหม่ เกิดมหกรรมแย่งเด็ก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/241084

มหกรรมแย่งเด็ก, เคลียร์ริ่งเฮาส์, ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่, หวั่น, คัดเลือก, เข้าเรียน, อุดม, โฉมใหม่, เกิด, มหกรรม, แย่ง, เด็ก, เกิดมหกรรมแย่งเด็ก, ปีการศึกษา2561, ศดรสมพงษ์ จิตระดับ, ศดรพงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม, ดรเกรียงศักดิ์ โชควรกุล
มหกรรมแย่งเด็ก, เคลียร์ริ่งเฮาส์, ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่, หวั่น, คัดเลือก, เข้าเรียน, อุดม, โฉมใหม่, เกิด, มหกรรม, แย่ง, เด็ก, เกิดมหกรรมแย่งเด็ก, ปีการศึกษา2561, ศดรสมพงษ์ จิตระดับ, ศดรพงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม, ดรเกรียงศักดิ์ โชควรกุล

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ย. 2559

หวั่นคัดเลือกเข้าเรียนอุดมฯโฉมใหม่ เกิดมหกรรมแย่งเด็ก!!

“ระบบการคัดเลือกไม่มีระบบใดที่สมบูรณ์แบบ แต่ระบบใหม่ ไม่ควรเปิดช่องให้มหาวิทยาลัยรับตรง หลังการเคลียริ่งเฮ้าส์อีก”…..: ทีมข่าวการศึกษา

“ปีการศึกษา2561” เตรียมพบกับโฉมใหม่ของระบบการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ที่เบื้องต้น กลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ซึ่งประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยรัฐ27แห่ง วางตุ๊กตาคร่าวๆ ไว้ว่า ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา จะมี 3ระบบคือ 1.ระบบเคลียริ่งเฮ้าส์2ครั้ง โดยใช้ข้อสอบกลางและสอบเพียง1ครั้ง 2.ระบบโควต้า ที่ต้องไม่ใช่การจัดสอบ แต่เป็นการพิจารณาจากโปรไฟล์ของเด็ก หรือความสามารถด้านอื่นๆ 3.ระบบรับตรง ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการได้เอง เพื่อให้ได้เด็กครบตามแผนที่วางไว้ หลังจากระบบเคลียริ่งเฮ้าส์

โดยภายหลังระบบคัดเลือกโฉมใหม่ก่อเกิดขึ้น ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทั้งดี ไม่ดี เห็นด้วย เห็นต่าง ว่ากันไปตามเหตุและผล “ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ” อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แนวคิดของทปอ. น่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เพียงร้อยละ 60 เท่านั้น และมุ่งลดปัญหาการวิ่งรอกสอบ แต่อาจเกิดปัญหาใหม่ขึ้น โดยเฉพาะการทำให้เกิดความลักลั่นและไม่เป็นธรรม ของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.) กลุ่ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)และมหาวิทยาลัยเอกชน

หากมหาวิทยาลัยทุกกลุ่มเข้าร่วมระบบใหม่ ก็ทำให้มหาวิทยาลัยชื่อดังและม.รัฐดึงเด็กเก่งไปก่อน แต่หาก มรภ.,มทร.และม.เอกชนไม่เข้าร่วม ก็จะเกิดมหกรรมการแย่งเด็กกันขึ้น โดยมหาวิทยาลัยสมาชิกของ ทปอ.ก็จะได้เด็กเก่งไปก่อนเช่นกัน ขณะที่การกำหนดให้รับตรงหลังการเคลียริ่งเฮ้าส์ ก็อาจทำให้คณะและมหาวิทยาลัยต่างๆ กำหนดจำนวนรับในระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ จำนวนหนึ่ง แล้วค่อยไปเปิดรับตรงภายหลัง ซึ่งจะทำให้การวิ่งรอกสอบกลับมาเช่นเดิม โดยเฉพาะหากคณะหรือมหาวิทยาลัยชื่อดังเปิดรับตรง ก็จะเกิดปัญหาการสละสิทธิ์เพื่อมาเข้าคณะใหม่

“ระบบการคัดเลือกไม่มีระบบใดที่สมบูรณ์แบบ แต่ระบบใหม่ ไม่ควรเปิดช่องให้มหาวิทยาลัยรับตรง หลังการเคลียริ่งเฮ้าส์อีก เพราะเป็นช่องว่างให้มหาวิทยาลัยนำไปเปิดรับตรง ซึ่งเด็กก็เดือดร้อนเหมือนเดิมจากการวิ่งสอบ ขณะที่มหาวิทยาลัยเองพบปัญหาการสละสิทธิ์ก็เดือดร้อนเช่นกัน นอกจากนี้การให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดองค์ประกอบในการคัดเลือก ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก จะส่งผลให้เด็กเครียดมากขึ้น” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

ปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ทั้งหมด155แห่ง แบ่งเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ19แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐ15แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎ38แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล9แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน75แห่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่เข้าร่วมระบบแอดมิชชั่นส์

“ศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ในฐานะประธานคณะทำงานแอดมินชั่นฟอรั่ม ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ในวันที่5ก.ย.นี้ เวลา15 .00น. ทปอ.จะนำข้อเสนอดังกล่าว ไปเสนอต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) และกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) กลุ่มที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งหากทุกฝ่ายเห็นชอบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดแล้ว ทปอ.ก็จะเริ่มดำเนินการในรายละเอียด

“ระบบการคัดเลือกใหม่ซึ่งจะเริ่มใช้ปีการศึกษา2561นั้น จะมีผลกับนักเรียนม.5ปีนี้ อย่างไรก็ตามระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษารูปแบบใหม่นี้ ไม่ใช่การเอ็นทรานส์แบบในอดีต และยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ได้ถือว่า เป็นการปฏิรูประบบการคัดเลือกนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัยทั้งประเทศ”ศ.ดร.พงษ์อินทร์ ระบุ

แม้การจัดระเบียบการคัดเลือกเด็กเข้าอุดมฯ ยกเครื่องใหม่ครั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นเช่นใด ได้รับการตอบสนองจากมรภ. ,มทร. หรือม.เอกชน หรือไม่ (ต้องรอ5ก.ย.นี้) แต่เมื่อมติทปอ.ซึ่งมีกลุ่มมหาวิทยาลัยยอดนิยม ที่เด็กอยากเข้าไปเรียน ปักธงชัดว่าต้องวางระบบการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนอุดมฯ ต้องเป็นไปตามแนวทางให้เด็กและมหาวิทยาลัยเลือกได้ ไม่วิ่งรอกสอบ ลดค่าใช้จ่าย ไม่เป็นภาระแก่ผู้ปกครอง รวมถึงทปอ.เห็นด้วยกับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่จะให้เด็กอยู่ในชั้นเรียนตลอดจนจบการศึกษา แล้วนั้น มหาวิทยาลัยกลุ่มอื่นๆ ก็คงได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ดร.เกรียงศักดิ์ โชควรกุล” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มรภ. ชัยภูมิ กล่าวว่าระบบรับตรงกลางร่วมกัน เป็นประโยชน์ในภาพรวม แต่กลุ่มมรภ. อาจจะรับเด็กได้น้อยกว่า มหาวิทยาลัยยอดนิยม เพราะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของนักเรียน และไม่ได้เด็กหัวกะทิเข้ามาเรียน ขณะที่ปรัชญาของมรภ. เน้นรับเด็กท้องถิ่น ในกลุ่มจังหวัด เนื่องจากรู้จักบริบทของพื้นที่ดี แต่หากใช้วิธีการรับตรงกลางร่วมกัน ก็อาจจะทำให้ได้นักเรียนจากหลายจังหวัด มาเข้าเรียน และบางคนก็อาจไม่ได้อยากเข้าเรียนมรภ.จริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ระบบการรับตรงกลางร่วมกันครั้งนี้ ดร.เกรียงศักดิ์ มองว่าถึงเป็นระบบที่ดี แต่อาจไม่เหมาะกับบริบทของมหาวิทยาลัยบางประเภท โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเล็กๆ รวมถึงมรภ. มทร.บางแห่งซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบรับนักเรียนเข้าเรียนได้น้อย เพราะมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ เปิดรับตรงหลายรอบอยู่แล้ว ดังนั้นตนจึงอยากเสนอให้พิจารณา เริ่มต้นใช้เฉพาะมหาวิทยาลัย มรภ. ที่มีความพร้อมก่อน

ถึงจะไม่รู้ว่า ระบบการคัดเลือกเข้าเรียนอุดมศึกษาโฉมใหม่ จะมีมหาวิทยาลัยกลุ่มใดเล่นด้วยบ้าง และไม่รู้ว่ารูปแบบ สัดส่วน เกณฑ์ จะเป็นเช่นใด แต่อย่างน้อยตอนนี้คงส่งผลต่อจิตใจของเหล่าวัยใส วัยเรียน ผู้ที่ต้องมาใช้ระบบดังกล่าวอย่างแน่นอน แถมหากเริ่มใช้แล้วนั้น ผลจะออกหมู่หรือจ่า ลดภาระ วิ่งรอกสอบ และทำให้เด็กได้อยู่ในห้องเรียนตลอดหลักสูตร ไม่เครียดจริงหรือ>>>คงต้องติดตามกันต่อไป

 

Leave a comment