ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239940
การศึกษา-สาธารณสุข : 28 ส.ค. 2559
แพทย์ชี้ทางการแพทย์ไม่แนะนำสาวข้ามเพศใช้ยาคุมเพิ่มฮอร์โมน
แพทย์เผยยาคุมกำเนิดอันตรายระยะยาว ทางการแพทย์ไม่แนะนำสาวข้ามเพศใช้เพิ่มฮอร์โมน อายุเกิน 35 ปี-มีโรคประจำตัว-สูบบุหรี่ห้ามเด็ดขาด ห่วงใช้ฮอร์โมนหลากสูตรได้ยาเกิน
นพ.นิพัฒน์ ธีรตกุลพิศาล แพทย์ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงการใช้ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศและปฏิกิริยาระหว่างฮอร์โมนกับยาต้านไวรัสและยาเพร็พ ในการเสวนาระหว่างผู้ให้บริการทางด้านสุขภาพแก่คนข้ามเพศกับผู้นำชุมชนคนข้ามเพศ” จัดโดยศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน สภากาชาดไทย เมื่อเร็วๆนี้ว่า วัตถุประสงค์ของการรักษาด้วยฮอร์โมนคือลดฮอร์โมนเพศเดิมและเสริมฮอร์โมนเพศที่ต้องการ โดยฮอร์โมนที่ใช้ในการข้ามเพศจากชายเป็นหญิง มี 3 กลุ่ม คือ 1.ฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ทางการแพทย์แนะนำให้ใช้ ชนิดยากินได้แก่ 17-เบต้า เอสทราดิอัล(17-beta estradiol) หรือชื่อการค้าอีดิอัล ,เอสทราดิอัล วาเลเรท(Estradiol valerate)หรือชื่อการค้าโปรกีโนวา ชนิดฉีดเข้ากล้าม เอสทราดิอัล วาเลเรท(Estradiol valerate) หรือ ไซพิวเรท(Cypionate) ชนิดแผ่นแปะหรือเจล แผ่นแปะเอสทราดิอัลทรานส์เดอร์มัล(Estradiol Transdermal patch) ส่วนที่ไม่แนะนำให้ใช้กิน ได้แก่ อีอี หรือยาคุม เพราะมีผลข้างเคียงต่อหลอดเลือดดำอุดตันและโรคหลอดเลือดหัวใจ และยาคอนจูเกท เอสโตรเจน(Conjugate estrogen) หรือพรีมารินเพราะวัดระดับยาได้ยาก
2.ฮอร์โมนต้านฤทธิ์แอนโตรเจน เป็นยาเพื่อลดผลของฮอรืโมนเพศชาย ปกติมักใช้ร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ไซโปรเตอโรน อซิเตท(Cyproterone acetate) มีการใช้บ่อยในยุโรป แต่ไม่มีในอเมริกา เพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่อตับ สไปโรโนแลคโตน(Spironolactone) และ ฟีเนสเตอไรด์(Finasteride) และ3.ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ในชื่อการค้า โปรลูตอน(Proluton)เชื่อว่าเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ทำให้เต้านมโตได้ดี แต่บางวิจัยพบว่าผลต่อเต้านมยังไม่ชัดเจน การใช้โปรเจสเตอโนร่วมกับเอสโตรเจนในหญิงที่หมดประจำเดือนพบมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ไม่แนะนำให้ใช้เพราะอาจทำให้เกิดหลอดเลือดดำอุดตัน โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองเพิ่มขึ้น
นพ.นิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับฮอร์โมนที่ใช้ในการข้ามเพศจากหญิงเป็นชาย จะใช้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งมีวิธีการใช้หลายแบบ เช่น ยากิน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ใช้แผ่นแปะหรือเจล เพื่อช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและทำให้เสียงเหมือนผู้ชายทำให้ไม่มีประจำเดือน ยากิน เทสทอสเตโรน อันดิคาโนเอท(Testosterone undecanoate)หรือแอนดิอัล ไม่มีในอเมริกาเพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่อตับ ยาฉีดเข้ากล้าม ไซพิวเนท(Cypionate) , เทสทอสเตโรน อันดิคาโนเอท(Testosterone undecanoate )และแผ่นแปะหรือเจล เทสโทสเทอโรน เจล(Testosterone gel) ,แผ่นแปะเทสทอสเตโรนทรานส์เดอร์มัล(Testosterone transdermal patch )
“ถ้าคนข้ามเพศชายมาเป็นหญิงในคนที่อายุน้อยไม่เกิน 35 ปียังใช้ยาคุมกำนิดเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงได้ ค่อนข้างปลอดภัย เพราะยาที่แนะนำให้ใช้มีราคาค่อนข้างสูงคือ 200-400 บาท และค่อนข้างหาได้ยากในต่างจังหวัด ในเมืองใหญ่ยังพอหาได้ แต่ถ้าเป็นคนที่อายุมาก หรือมีโรคประจำตัว หรือสูบบุหรี่ต้องไม่ใช้ยาคุมกำนิดต้องเลี่ยงไปใช้ฮอร์โมนตัวอื่น แต่ที่เป็นห่วงคือคนข้ามเพศมีการใช้ฮอร์โมนในหลากหลายชื่อ แต่เป็นตัวยาเดียวกัน บางคนซื้อมากินหลายสูตร ก็จะทำให้ได้รับตัวยาในขนาดที่สูงเกิน อยากแนะนำให้ดูชื่อตัวยาก่อนที่จะใช้ฮอร์โมนในชื่อทางการค้าต่างๆ จะป้องกันไม่ให้ได้รับฮอร์โมนเกินขนาด อย่างไรก็ตามที่ดีที่สุดควรใช้ฮอร์โมนภายใต้การแนะนำของแพทย์”นพ.นิพัฒน์กล่าว
พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ตามนโยบายของประเทศไทยตอนนี้หากตรวจเจอว่าใครมีเชื้อเอชไอวีจะต้องได้รับยาต้านไวรัสทันที แต่ส่วนกรณีคนที่ตรวจเชื้อแล้วให้ผลเป็นลบ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ อาทิ สาวประเภทสอง จะแนะนำให้รับประทานยาเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis, PrEP) วันละ 1 เม็ดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งน่าจะได้ผลเกินร้อยละ 90 แต่ปัญหาในต่างประเทศที่ทำการศึกษาการให้ยาเพร็บในสาวประเภทสอง พบว่ามีจำนวนหนึ่งที่รับประทานยาไม่สม่ำเสมอเมื่อเทียบกับประชากรกลุ่มอื่น เมื่อวิเคราะห์ลงไปก็พบว่าสาวประเภทสองที่รับประทานยาไม่สม่ำเสมอนั้นเป็นกลุ่มที่มีการรับประทานฮอร์โมนเพศหญิงด้วย จึงมีการสมมติฐานว่าสาวประเภทสองอาจจะกังวลเรื่องประสิทธิภาพของยาเพร็บจะไปกดระดับฮอร์โมน ส่งผลต่อทำให้การข้ามเพสไม่เต็มที่ เลยพยายามลดระดับยาเพร็บเอง โดยในส่วนของสาวประเภทสองในประเทศไทยก็มีความกังวลในแบบเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ เพราะจากการที่สภากาชาดไทยดึงสาวประเภทสองเข้ามาตรวจหาเชื้อฯ ได้มากขึ้นและพบว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีอยู่จำนวนหนึ่ง
“ในทางทฤษฎีแล้วยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาเพร็บจะไม่ตีกันกับยาฮอร์โมน แต่เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาจึงทำให้คนหลงเชื่อข้อมูลต่างๆ ที่มีการส่งต่อทางโซเชียลมีเดีย หรือความเชื่อต่างๆ อธิบายไปก็ยังกลัว ดังนั้นเพื่อให้มีข้อมูลยืนยันชัดเจน ทางสภากาชาดไทยจึงเตรียมของบประมาณปี 2560 เพื่อศึกษาวิจัยในกลุ่มสาวประเภทสองจำนวน 30-50 คน ที่รับประทานยาเพร็บและยาฮอร์โมนร่วมกันเพื่อยืนยันว่าการใช้ยา 2 กลุ่มร่วมกันแต่ไม่ตีกัน ตอนนี้มีหลายๆ ประเทศที่ศึกษาอยู่ เช่น ที่บราซิล แต่เราก็ต้องทำด้วยเพราะสรีระ ชาติพันธุ์แตกต่างกัน การขับยา ระดับยาซึ่งจะมีการแตกต่างกัน” พญ.นิตยา กล่าว
