คะแนนนิยมตก สัญญาณอันตรายคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/482982

คะแนนนิยมตก สัญญาณอันตรายคสช.

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สัญญาณไม่สู้ดีเมื่อผลสำรวจความคิดเห็น​ “นิด้าโพล” ล่าสุด เรื่อง “2 ปี 6 เดือน รัฐบาลบิ๊กตู่” พบว่าคะแนนนิยมในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลดลงในหลายด้านหากเทียบกับช่วงปีก่อนหน้านี้

ในแง่เกี่ยวกับความ​ “พอใจ” ต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี 34.96% ระบุว่าทำงานได้ดีมาก 48.32% ระบุว่าทำงานได้ค่อนข้างดี และ 7.60% ระบุว่าทำงานไม่ค่อยดี

ลดลงหากเทียบกับเดือน ส.ค. 2559  ที่ 42.20% ระบุว่าทำงานได้ดี 45.20% ระบุว่าทำงานได้ค่อนข้างดี และ 6.32% ระบุว่าทำงานไม่ค่อยดี ​

ด้าน “อุดมการณ์”  82.4%  ระบุว่ามีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน  12.16% ระบุว่าไม่มีอุดมการณ์ ลดลงจากเดือน ส.ค. 2559 ที่ 85.84% ระบุว่ามีอุดมการณ์ และเดือน ก.พ. 2559 ที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่ามีอุดมการณ์ 84.56%

ด้าน “การกล้าตัดสินใจ”  84.48% ระบุว่ามีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ 10.08% ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสิน ลดลงจากเดือน ส.ค. 2559  ที่ 85.68% ระบุว่ามีความกล้าตัดสินใจ และ 8.80% ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสินใจ

ด้าน “บุคลิกภาพ” 65.44% ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ลดลงจากเดือน ส.ค. 2559 ​อยู่ที่ 62.80% และลดลงอย่างมากหากเทียบกับเมื่อเดือน ก.พ. 2559 ซึ่งอยู่ที่  72.88% อาจจะดีขึ้นในส่วนของ “บุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย” ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ 16.96% เพิ่มจากเดิม 14.40% เมื่อเดือน  ส.ค. 2559

ด้าน “ประสิทธิภาพ”  78.88% ระบุว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งครั้งนี้มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย คือ 79.60% ในเดือน ส.ค. 2559

แต่ที่สำคัญคือด้าน “ความโปร่งใส”  67.36% ระบุว่าการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่​​ 16.96% ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้  ลดลงจากเมื่อเดือน ส.ค. 2559 อย่างมาก โดย 72.88% ระบุว่าโปร่งใส และ 10.40% ระบุว่าไม่มีความโปร่งใส

สะท้อนให้เห็นว่าความพอใจต่อการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงแทบทุกด้าน มีเพียงในแง่ “ความเป็นผู้นำในแบบประชาธิปไตย” ​ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถดึงให้ภาพรวมดีขึ้นมาด้วย

สอดรับไปกับ​สภาพปัจจุบันที่รัฐบาล คสช​.กำลังถูกมรสุมรุมเร้ารอบด้าน

ไล่มาตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจที่ยังซบเซาและต้องลุ้นอย่างหนักว่าสารพัดนโยบายที่ทุ่มลงไปอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะเห็นผลได้มากน้อยแค่ไหน และจะมีพลังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมากระเตื้องอย่างที่หวังได้หรือไม่

แถมเมกะโปรเจกต์ที่เคยคิดว่าจะเป็นพระเอกช่วยกู้ภาพลักษณ์ ทั้งสร้างผลงานและเป็นเครื่องยนต์ช่วยหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เวลานี้หลายเรื่องยังติดขัดจนไม่สามารถเดินหน้าไปได้

ขณะที่ปัญหาเรื่องปากท้องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ​หรือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังรุมเร้าต่อเนื่อง

ยังไม่รวมกับเรื่องร้อนที่กำลังต้องเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัดพระธรรมกาย ที่ล่าสุดต้องงัดไม้ตายอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้พื้นที่วัดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีท่ามกลางการติดตามตอนจบของเรื่องนี้

จุดเสี่ยงอยู่ตรงที่บรรดาศิษยานุศิษย์ที่ออกมาปักหลักเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้าไปตรวจค้น จนเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดเกิดการปะทะและบานปลายกลายเป็นความรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่

อีกด้านหนึ่งการที่เรื่องนี้คาราคาซัง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีได้ ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเอาจริงและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือเช่นนี้ นานวันไปย่อมมีแต่จะกัดกร่อนความน่าเชื่อถือและบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมที่กำลังสั่นคลอนรุนแรง

อีกปมร้อนอยู่ที่การผลักดันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ จนเกิดกระแสต่อต้านรุนแรง สุดท้ายทำให้รัฐบาลไม่กล้าฝืนกระแสเดินหน้าต่อ แม้จะยอมถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อลดแรงเสียดทานไม่ให้ซ้ำเติมเสถียรภาพรัฐบาลที่กำลังเผชิญปัญหาที่รุมเร้า

​นับจากนี้ไปจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายปลาย​โรดแมป ​บรรยากาศการเมืองย่อมเต็มไปด้วยความร้อนแรงด้วยปัจจัยเสี่ยงที่กำลังจะตามมาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างออกมาวางกรอบกติกาปูทางสู่การเลือกตั้งและกลับเข้าสู่ระบบปกติ

หลายเรื่องที่ออกมาเริ่มพบว่ามีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยในหลายจุด โดยเฉพาะจากฝั่งการเมืองที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวายในช่วงใกล้เลือกตั้งและซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง

ไม่ต่างจากเรื่องปรองดองและปฏิรูปที่กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ​

​ดังนั้น หากความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลและตัว พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงลดลงต่อเนื่อง ​การบริหารประเทศฝ่าคลื่นลมรุนแรงนับจากนี้ไปจนถึงช่วงก่อนการเลือกตั้งย่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก

​ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลดลงเวลานี้จึงถือเป็นสัญญาณอันตราย

 

Leave a comment