ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
06 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/479509

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เข้าสู่โค้งสุดท้ายปลายโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นอกจากภารกิจการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง ทั้งการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว อีกงานใหญ่ที่สำคัญของ คสช.เวลานี้ คือการเร่งปิดเกมสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ก่อนจะก้าวลงจากอำนาจ
ถือเป็นการพิสูจน์ในคำมั่นสัญญาตั้งแต่เมื่อครั้งเข้ามาบริหารประเทศว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะไม่เสียของ ด้วยการแสดงให้เห็นว่าเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา และอีกอย่างน้อยเกือบ 1 ปีที่จะบริหารประเทศต่อไปนั้นได้สร้างคุณูปการอะไรให้ประเทศไปแล้วบ้าง
รวมทั้งสามารถทำตามสิ่งที่เคยพูดไว้ได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปพาประเทศก้าวพ้นวังวนความขัดแย้งตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และวางโครงสร้างรองรับการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาอยู่ที่การทำงานที่ผ่านมาหลายเรื่องยังเดินหน้าไปไม่ถึงไหน ทั้งที่หลายเรื่องเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คสช. ถึงขั้นประกาศเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมส่งสัญญาณเอาจริงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแบบแข็งขัน
สาเหตุที่ทำให้การดำเนินการล่าช้าอยู่ที่กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบยิบย่อย รวมไปถึงการไม่เอาจริงเอาจังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
หลายเรื่องจึงเป็นเพียงแค่รายงานสรุปอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ท่ามกลางการจับจ้องและรอคอยว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่
สุดท้าย หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศ และต่อ คสช.เอง
ในระยะหลังจึงเริ่มเห็น พล.อ.ประยุทธ์ กระชับอำนาจ งัดมาตรา 44 มาใช้สะสางปัญหาและเร่งสร้างผลงานหลายเรื่องที่สังคมคาดหวังให้สำเร็จอยู่บ่อยครั้ง
ล่าสุด เรื่องการปฏิรูปตำรวจที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ และสังคมเห็นพ้องว่าจำเป็นต้องรีบปฏิรูป พร้อมตั้งความหวังไว้มาก แต่สุดท้ายจนถึงวันนี้ก็ยังไปไม่ถึงไหน ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า คสช.เอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน
ร้อนจนที่ประชุม คสช. เร่งเครื่องให้ไปศึกษาเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งโครงสร้างและการแต่งตั้ง ว่า ไม่ใช่การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจทั้งระบบ แต่ให้ไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้า เพื่อออกเป็นคำสั่ง คสช.ต่อไป
ทั้งที่ผ่านมามีข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปไปแล้วมากมายจากหลายคณะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เห็นการขยับ การเดินหน้าปฏิรูปตำรวจเพื่อป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง จึงอาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้เร็วและเห็นผลไวที่สุด
สอดรับกับก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) นายกรัฐมนตรีกำชับการทำงานแม่น้ำ 3 สายหลัก คือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาหารือร่วมกันในวาระการปฏิรูป
พร้อมเปิดทางให้ในกรณีที่หากต้องการใช้กลไกในมาตรา 44 เพื่อให้เกิดความรวดเร็วก็ให้นำเสนอมา
ตอกย้ำว่าเรื่อง “ปฏิรูป” ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทาง คสช. ให้ความสำคัญ ไม่ได้ละเลย แม้ที่ผ่านมาจะไม่เห็นผลแบบจับต้องได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้พยายามทำ ยิ่งช่วงนี้ยิ่งต้องการทำให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
“ผมไปสั่งอะไรใครไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ารัฐบาลอยากอยู่ต่อนานๆ ซึ่งมันไม่ใช่ ผมพยายามทำทุกอย่างในช่วงเวลาที่มี ไม่เช่นนั้นคงไม่ตั้งคณะทำงานวุ่นวายขนาดนี้ จึงอยากให้เข้าใจตรงกัน วันนี้ถือเป็นรายการตามล่าหาความจริงของแม่น้ำ 5 สาย” นายกฯ กล่าว
ก่อนหน้านี้ในช่วงเกิดอุบัติเหตุรถตู้ ทำให้แนวคิดเรื่องจัดระเบียบรถตู้กลับมาเป็นประเด็นอีกรอบ ถึงขั้นทาง พิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม หารือกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อจัดเตรียมมาตรการเร่งลดอุบัติเหตุ รวมทั้งการปรับเพิ่มบทลงโทษ
พร้อมเตรียมเสนอ คสช.ใช้มาตรา 44 ในการบังคับใช้กฎหมายให้มีผลมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน โดยเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการเอาเปรียบผู้โดยสาร รวมถึงการปรับกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการเอาผิดผู้ประกอบการ
ย้อนไปก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช.ที่ 17/2558 ว่าด้วยการกำหนดพื้นที่ของการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้เพิ่ม จ.นครพนม และ จ.กาญจนบุรี และได้มีการลงไปดูพื้นที่แล้ว
อีกด้าน กสทช.ยังใช้มาตรา 44 ออกคำสั่ง เรื่องมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะในส่วนของวิทยุ
ขยายระยะเวลาแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ปี 2555 ทำให้การส่งคืนคลื่นวิทยุเพื่อให้ กสทช.นำไปจัดสรรใหม่มีอันต้องเลื่อนออกไปอีก 5 ปี จากเดิมที่แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ปี 2555 กำหนดให้คลื่นความถี่วิทยุของหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานรัฐต้องส่งคืน กสทช. ภายในเดือน เม.ย. 2560
นับจากนี้คงจะเห็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้ามาจัดการสะสางปัญหาอีกหลายเรื่อง