งัดม.44เร่งสิทธิบัตรยา เผือกร้อนลูกใหม่คสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มีนาคม 2560 เวลา 09:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/483498

งัดม.44เร่งสิทธิบัตรยา เผือกร้อนลูกใหม่คสช.

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์​

แรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัวเมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแนวคิดเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาแก้ปัญหาความล่าช้าในการขอสิทธิบัตรที่ค้างอยู่ในระบบกว่า 1.2 หมื่นราย นานร่วม 10-20 ปี

ย้อนไปถึงเหตุผลที่ต้องงัดมาตรา 44 เข้ามาแก้ไขปัญหานั้น เนื่องจาก​ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขอจดสิทธิบัตร ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นชาวต่างชาติ เพราะด้วยข้อจำกัดทางด้านบุคลากรที่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 30 คน ทำให้ไม่ทันต่อการพิจารณาส่งผลให้เรื่องค้างพิจารณามาจนถึงปัจจุบัน

​ดังนั้น หากประเทศไทยยังปล่อยให้กระบวนการยังล่าช้าเช่นนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการแข่งขันในต่างประเทศ

ทางออกเบื้องต้น ที่ประชุม ครม. จึงเตรียมอาศัย​อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งกำหนดให้คนที่ขอสิทธิบัตรมาแล้ว 5 ปี มาขอรับสิทธิบัตรได้ทันที

โดยมีเงื่อนไขว่าสินค้าจะต้องตรงกันกับการขอสิทธิบัตร และต้องมีการจดทะเบียนที่ต่างประเทศแล้ว อีกทั้งหากพบว่าเป็นสินค้าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข เช่น มีการลอกเลียนแบบหรือไม่มีการจดทะเบียนที่ต่างประเทศ รัฐบาลสามารถยกเลิกการจดสิทธิบัตรในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลลัพธ์จากการดำเนินมาตรการนี้จะทำให้ผู้ที่ค้างการขอรับสิทธิบัตรได้จดสิทธิบัตรได้กว่าหนึ่งหมื่นรายใน 3 เดือนนี้

ปัญหาอยู่ตรงในที่ประชุมมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการจดสิทธิบัตรยา อาจทำให้ยาบางตัวมีราคาสูงขึ้นมาก ​กระทบกับประชาชนทั่วไปจนไม่อาจเข้าถึงยาที่จำเป็นได้

นำมาสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยุติคำสั่งดังกล่าว​ ล่าสุดกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรี ภาคประชาชน FTA WATCH มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย บุกทำเนียบยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

​นิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ระบุถึงเหตุผลที่คัดค้านคำสั่ง คสช.เรื่องนี้เพราะ 1.การออกคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนการศึกษาข้อเท็จจริงในเรื่องปัจจัยที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณา และออกสิทธิบัตรอย่างรอบด้าน 2.การเร่งออกสิทธิบัตรยิ่งส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนนวัตกรรมในประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

3.การเร่งออกสิทธิบัตรจะก่อให้เกิดปัญหาสิทธิบัตรด้วยคุณภาพและการผูกขาดตลาดยา ทำให้ยาแพงโดยไม่จำเป็น และ 4.การเร่งออกสิทธิบัตรอาจส่งผลให้กลไกการตรวจสอบและการคัดค้านคำขอไม่สามารถทำงานได้​ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็นประชาธิปไตย มีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ไม่ต่างจาก เ​ฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่รณรงค์เข้าถึงการรักษามูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ที่ออกมาอธิบายว่าการพิจารณาการจดสิทธิบัตรที่ล่าช้าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการทำงานล่าช้าของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากการใช้กลวิธีของบริษัทยาที่ขอจดสิทธิบัตรด้วย

บริษัทยาส่วนใหญ่จะยื่นแจ้งการตรวจสอบ เมื่อใกล้หมดกำหนดแจ้งการตรวจสอบขั้นตอนการประดิษฐ์เพียงไม่นาน เพราะการคุ้มครองเริ่มขึ้นแล้วนับตั้งแต่วันที่ยื่นขอจดสิทธิบัตร แม้ว่าคำขอยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา แต่บริษัทอื่นก็จะไม่กล้าผลิตยาออกมาแข่ง เพราะเสี่ยงต่อการถูกข่มขู่คุกคามโดยใช้กฎหมาย อาจแพ้คดีและต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมากย้อนไปตั้งแต่วันที่ยื่นขอจดสิทธิบัตร

สอดรับกับ กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่ม​​ FTA WATCH ที่ระบุว่า ไม่ควรใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหาแบบไม่ถูกต้อง เพราะจะยิ่งสร้างปัญหาเพิ่มจากงานวิจัย “คำขอรับสิทธิบัตรยาที่จัดเป็น Evergreening Patent ในประเทศไทยและการคาดประมาณผลกระทบที่เกิดขึ้น” ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่ามีการขอรับสิทธิบัตรแบบไม่มีที่สิ้นสุด ที่จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิบัตรได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องเกิน 20 ปี หรืออาจชั่วชีวิตของยานั้น ซึ่งการขอรับสิทธิบัตรดังกล่าวถือว่าไม่มีความใหม่ ไม่มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น

โดยระหว่างปี 2543-2553 หรือช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีสิทธิบัตรไม่มีวันตายมากถึง ​84% จากคำขอทั้งหมด 2,188 ฉบับ ถ้ามีการใช้มาตรา 44 เร่งอนุญาตคำขอสิทธิบัตรเป็นไปได้ว่า คำขอสิทธิบัตรในลักษณะดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการบริโภคยาและตลาดของประเทศ ซึ่งพบว่าคำขอที่จะมีการผูกขาดตลาดตั้งแต่ปี 2539-2571 คิดเป็นมูลค่าสะสมประมาณ 8,477.7 ล้านบาท

สวนทางกับ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ออกมาสนับสนุน​คำสั่งตามมาตรา ​44 ครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าการจดสิทธิบัตรจะทำให้ราคายาไม่แพงขึ้น เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีกลไกต่อรองราคาให้อยู่ในระดับเหมาะสม

เช่นเดียวกับสมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทยที่ออกมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการออกสิทธิบัตรล่าช้า โดยการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเข้าก้าวสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง

ปัญหาอยู่ที่เวลานี้ยังมีหลักประกันใดๆ ว่าหลังการเร่งออกสิทธิบัตรยาแล้วจะไม่ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างที่กังวลกัน ​นับจากนี้ย่อมต้องเห็นการเคลื่อนไหวคัดค้านที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ

หากภาครัฐยังดึงดันเดินหน้าโดยไม่มีคำอธิบายหรือมีหลักประกันที่ชัดเจน เรื่องนี้จะกลายเป็นเผือกร้อนที่รัฐบาลต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

Leave a comment