ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
17 มกราคม 2560 เวลา 10:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/476056

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กำลังกลายเป็นที่จับตาของสังคมสำหรับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งขึ้นมารับหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมป
จากบทบาทหน้าที่ของ ปยป. จะเห็นว่านี่เป็น “กลไก” หลักถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลรับผิดชอบแต่เรื่องสำคัญ
หากทุกอย่างทำได้อย่างที่ตั้งใจย่อมจะทำให้ประเทศสามารถเปลี่ยนผ่านเดินหน้ากลับสู่สภาวะปกติเป็นไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญย่อมทำให้สังคมหลุดพ้นจากวังวนความขัดแย้งที่หมักหมมมานาน พร้อมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละเรื่องที่ ปยป.ต้องรับผิดชอบล้วนแต่เป็นเรื่องยาก สะท้อนผ่านการตั้งคณะกรรมการที่ขึ้นมาดูแลทั้ง 4 ชุด
1.คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถือเป็นการเริ่มตั้งธงว่าประเทศจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน
ดังนั้น ผลการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ย่อมจะสะท้อนให้เห็นว่าเราจะให้น้ำหนักกับการพัฒนาประเทศไปด้านไหน ตลอดจนมีรูปแบบการดำเนินการอย่างไรที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย
2.คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศนับเป็นอีกเรื่องใหญ่ถึงขั้น คสช.ประกาศให้เป็นเป้าหมายสำคัญตั้งแต่หลังรัฐประหาร พร้อมวางกลไกต่างๆ ขึ้นมาดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทว่าผ่านมาสองปีกว่าการปฏิรูปที่พยายามทำกันมายังเป็นเพียงแค่รายงานที่ไปจัดทำข้อมูลที่มาที่ไป แนวทางการดำเนินการ ตลอดจนข้อเสนอแนะ ตั้งแต่เมื่อครั้งการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต่อเนื่องมาจนถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
หลายเรื่องที่คืบหน้าจับต้องได้กลับเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเรื่องใหญ่ๆ อย่างการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบสาธารณสุข แม้แต่การปฏิรูประบบตำรวจที่พูดกันมากนั้น สุดท้ายกลับก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าหรือเห็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างที่สังคมคาดหวัง
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ คสช.ยังแก้ไม่ตก หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะกระทบกับคะแนนนิยม คสช. ที่อุตส่าห์เร่งปลุกปั้นจนกลับมากระเตื้องดีขึ้น ให้กลับไปตกต่ำกว่าเดิมแล้ว สุดท้ายหากไม่สามารถทำอะไรให้ดีขึ้นย่อมทำให้การปฏิรูปต้องเสียของ
3.คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ถือเป็นเรื่องร้อนซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอจะยอมรับร่วมกันเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปในแนวทางที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน
ที่ผ่านมาความขัดแย้งในสังคมเพียงแค่ถูกสะกดไว้ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ แต่รากเหง้าของปัญหายังคงอยู่ไม่ได้รับการคลี่คลาย
แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามหากลไกเข้ามาคลี่คลายสลายความขัดแย้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเดินหน้าไปจนสุดทางได้ ปัญหาความขัดแย้งเลยคาราคาซังอยู่จนถึงปัจจุบัน
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างยังติดขัดคือความชัดเจนของการนิรโทษกรรมที่ยังเห็นไม่ตรงกันเสียทั้งหมด เมื่อด้านหนึ่งอยากให้เซตซีโร่กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่อีกด้านอยากให้คดีบางประเภท ทั้งอาญา เผาบ้านเผาเมือง ตลอดจนทุจริตคอร์รัปชั่น และหมิ่นมาตรา 112 ต้องเดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม นี่จึงทำให้การปรองดองไม่อาจจะเดินหน้าไปได้
และ 4.คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกจับตาไม่แพ้กัน เพราะจะเป็นกลไกที่จะชี้วัดแนวทางการบริหารประเทศต่อไปในอนาคต
ซึ่งทั้ง 4 ชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นคนดูแล และมีรองนายกฯ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รองประธาน สนช. ประธาน สปท. และรองประธานร่วมเป็นกรรมการ
การขมวดเรื่องเหล่านี้มาไว้ภายใต้การควบคุมดูแลของ ปยป. ด้านหนึ่งจึงถูกมองว่าเป็นการต่อเวลาซื้อแรงกดดันอีกยก หลังจากเรื่องร้อนทั้งหลายยังไม่มีความคืบหน้าอย่างที่สังคมอยากจะเห็น
แต่อีกด้านหนึ่งหาก คสช.สามารถทำได้สำเร็จอย่างที่ตั้งเป้า นี่จะเป็นผลงานสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และทำให้การปฏิรูปครั้งนี้ไม่เสียของ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นโอกาสสุดท้ายของ คสช.อันที่จะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ตัวได้ในอนาคต