ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
24 มกราคม 2560 เวลา 09:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/477301

แรงกระเพื่อมก่อตัวทันที หลังบริษัท โรลส์-รอยซ์ อังกฤษ ออกมายอมรับว่าได้จ่ายค่าสินบนให้แก่นายหน้าการบินไทยประมาณ 1,300 ล้านบาทเพื่อล็อบบี้ให้มีการจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินรุ่น T800 3 ล็อต ระหว่างช่วงปี 2534-2548
โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
แรงกระเพื่อมก่อตัวทันทีหลังบริษัท โรลส์-รอยซ์ อังกฤษ ออกมายอมรับว่าได้จ่ายค่าสินบนให้แก่นายหน้าการบินไทยประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อล็อบบี้ให้มีการจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินรุ่น T800 3 ล็อต ระหว่างช่วงปี 2534-2548
กรณีนี้ทำให้ศาลอังกฤษได้สั่งปรับบริษัท โรลส์-รอยซ์ เป็นเงินราว 3 หมื่นล้านบาท หลังสำนักงานปราบปรามการทุจริตของอังกฤษ (เอสเอฟโอ) พบว่า บริษัท โรลส์-รอยซ์ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือละเลยต่อการป้องกันการติดสินบนในไทย จีน อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไนจีเรีย
ข้อมูลชัดเจนจากทางเอสเอฟโอ ระบุชัดเจนว่า บริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมจ่ายเงินให้กับทั้งผู้แทนของประเทศไทยและพนักงานของการบินไทย จนเกิดการไล่ตรวจสอบหาผู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนักการเมือง รัฐมนตรีตลอดจนผู้บริหาร
เริ่มตั้งแต่ล็อตแรกเดือน มิ.ย. 2534-มิ.ย. 2535 ล็อตสองเดือน มี.ค. 2535-มี.ค. 2540 และล็อตสามเดือน เม.ย. 2547-ก.พ. 2548
หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สหรัฐตรวจพบว่า บริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม อิงค์ ได้ติดสินบนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท. และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ราว 385 ล้านบาท ในช่วงปี 2543-2556
ปรากฏรายละเอียดชัดเจนว่า โรลส์-รอยซ์ จ่ายค่าสินบนให้แก่คนทั้งสิ้น 6 ราย ได้แก่ ผู้บริหาร 1 ราย พนักงาน 3 ราย และนายหน้าอีก 2 ราย
ทั้งนี้ การจ่ายเงิน 385 ล้านบาท เพื่อให้ซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ใน 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการโรงแยกก๊าซที่ 5 จำนวนเงิน 87 ล้านบาท 2.โครงการสถานีเพิ่มความดันท่อเส้นที่ 3 จำนวน 48 ล้านบาท 3.โครงการแหล่งสัมปทานอาทิตย์ในอ่าวไทยประมาณ 38 ล้านบาท
4.โครงการ PCS ในแหล่งสัมปทานอาทิตย์ประมาณ 72.5 ล้านบาท 5.โครงการโรงแยกก๊าซอีเทนจำนวน 68 ล้านบาท และ 6.โครงการแยกก๊าซโรงที่ 6 ราว 80 ล้านบาท
สินบนข้ามชาติที่ปรากฏทั้งในอังกฤษและสหรัฐในช่วงนี้เหมือนจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เป็นอยู่ในประเทศไทย และเชื่อกันว่ายังมีอีกหลายหน่วยงานที่มีสภาพไม่ต่างจากนี้เพียงแต่ไม่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นประเด็น
ปัญหาอยู่ตรงที่เมื่อเรื่องอื้อฉาวปรากฏเป็นที่รับรู้กันทั่วโลก รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งประกาศเอาจริงเอาจังกับป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นกลับยังปล่อยให้กลไกการตรวจสอบเป็นไปตามกลไกปกติ ทั้งที่ควรเอาจริงเอาจังทำงานเชิงรุกเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
ดังจะเห็น จากที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากอังกฤษและสหรัฐ เพื่อขอข้อมูลก่อนจะเข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไปซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
อีกด้าน พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งอีเมลไปขอหลักฐานอย่างเป็นทางการจากทางการของอังกฤษ โดยขอรายชื่อคนไทยที่รับสินบน จากนั้นจะเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้งพนักงานการบินไทยและรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งที่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และกระทบกับความเชื่อมั่นของไทยเป็นอย่างมาก หากไม่รีบเร่งแก้ไขทำความจริงให้ปรากฏนี่อาจลุกลามบานปลายกระทบไปถึงเรื่องการค้าการลงทุนในอนาคต
ที่สำคัญนี่ยังจะเป็นบทพิสูจน์ความเอาจริงเอาจังในการปฏิรูปกระบวนการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเวลานี้ก็มีหน่วยงานอย่างศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่บูรณาการหน่วยงานต่างๆ เข้ามาจัดการการทุจริตคอร์รัปชั่่น
ยิ่งมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนจากทั้งอังกฤษและสหรัฐด้วยแล้ว หากยังปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เงียบหาย กลายเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ย่อมตอกย้ำประสิทธิภาพและความพยายามของ คสช. ที่จะเข้ามาปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตให้หมดไปจากประเทศไทย