ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/262663
กกต.แจงข้ามประเทศ ! ยันดูงาน”ญี่ปุ่น-เกาหลี”
การเมือง >ข่าวการเมือง : 2 มี.ค. 2560

เลขาฯ กกต.แจงข้ามประเทศ คณะ กกต.ไปดูงาน “ญี่ปุ่น-เกาหลี” ไม่ได้ไปเที่ยว ย้ำ เป็นการรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อ้างสองประเทศใช้งบฯไม่เกิน 5 ล้านบาท
2 มี.ค. — พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กกต.ซึ่งเป็นประธานกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ของสำนักงาน กกต. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อชี้แจงกรณีที่กกต.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (ช่วงระหว่าง 28 ก.พ.ถึง 5 มี.ค.) ว่าการเดินทางทั้งคณะที่ไปเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เป็นการไปดูงานจริงๆ โดยคณะที่เดินทางญี่ปุ่นจะเน้นการดูงานเรื่องระบบการหาเสียง ที่ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และร่างการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ได้นำแบบอย่างของญี่ปุ่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดขนาดป้ายหาเสียง การจัดพื้นที่ปิดป้ายหาเสียง
ส่วนคณะที่เดินทางไปเกาหลีใต้ จะเน้นเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิค โดยเฉพาะการเดินทางไปดูงานที่ The Association of World Election Bodies.หรือ (A-Web) จะไปดูวิวัฒนาการของเครื่องลงคะแนน ที่ทาง A-Web ได้มีการรวบรวมเครื่องลงคะแนน เครื่องนับคะแนนจากทั่วโลกมารวมไว้เพื่อไห้ได้ศึกษา ซึ่งจะสอดคล้องกับที่ กกต.ไทยได้พัฒนาเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิค ที่จะนำไปใช้ในการเลือกตั้งในอนาคต
ขณะเดียวกันจะไปดูเรื่องการศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (Civic Education) ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ทางเกาหลีใต้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.เกาหลี แต่ของไทยยังไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน และสปท.มีแนวความคิดที่จะเสนอให้สถาบันพระปกเกล้าฯเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งกกต.ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา กกต.ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยใช้ชื่อโครงการว่า พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย และมีการขยายไปสู่ระดับตำบล เช่น ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยระดับตำบล หรือ ศส.ปชต. ดังนั้นเมื่อ กกต.กลับมาก็นำต้นแบบของเกาหลีมาพยายามผลักดันให้ กกต.ได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามทั้งสองคณะที่ไป จะได้มีโอกาสหารือร่วมกับสถานทูตไทยใน 2 ประเทศ เรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพราะตามร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะให้มีการนับคะแนนที่สถานทูต ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งที่ยังไม่มีความชำนาญ ก็จะต้องหารือพูดคุยกัน
“ยืนยันว่าการไปครั้งนี้ไม่ได้เที่ยวเลย เป็นการไปดูงานที่เหนื่อยมาก แต่ก็ได้ประโยชน์เยอะ และใช้งบประมาณไม่มาก เราพยายามที่จะใช้งบประมาณอย่างประหยัด โดยทั้งสองคณะที่ไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทุกคนเดินทางโดยนั่งเครื่องชั้นประหยัด และ กกต.ที่เดินทางไปก็ไม่ได้มีผู้ติดตามส่วนตัวแต่ใช้พนักงานที่ดูแลคณะคอยอำนวยความสะดวก ขนาดห้องพักยังเป็นห้องพักราคาเดียวกับที่ผู้เข้ารับการอบรมพัก ทั้งสองคณะที่เดินทางไปในครั้งนี้ใช้งบฯไม่เกิน 5 ล้านบาท และเมื่อกลับมาแล้วก็ต้องมีการทำรายงานเสนอต่อกกต.การไปครั้งนี้จึงถือว่าไปแล้วคุ้มค่า”พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า ทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปดูงาน โดยที่กกต.ไม่ต้องไปด้วยและทำไมไปคณะใหญ่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่า ผู้ที่เข้าอบรมในรุ่นนี้จะขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคต ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนในเรื่องเหล่านี้ สำนักงานจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาเรียนรู้และบางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ เช่น ระบบการหาเสียง ส่วนที่ กกต.ต้องเดินทางไปด้วย เพราะว่าต้องมีการเข้าพบผู้นำองค์กร จึงถือเป็นการให้เกียรติกับหน่วยงานนั้น และคณะก็จะได้รับการต้อนรับที่ดี และการไปดูงานก็ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ต่อข้อถามที่ว่าทำไมรุ่นก่อนหน้านี้จึงไม่มีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่าเท่าที่จำได้ รุ่นที่แล้วเหมือนเป็นช่วงที่สำนักงาน กกต.ประสบปัญหาเรื่องเงิน และเป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ จึงได้งดการไปดูงานต่างประเทศ และเมื่อถามย้ำว่า ก่อนไปได้มีการรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีมีนโยบายไม่อยากให้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าไม่ได้มีการทำหนังสือแจ้ง เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดในการให้สัมภาษณ์ ว่าหากเป็นเรื่องจำเป็นก็สามารถทำได้ แต่ใช้งบฯด้วยความหยัด ซึ่งเราก็ได้ทำเช่นนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 มี.ค. เมื่อคณะของนายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร กบส. รุ่นที่ 2 ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าพบนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตและคณะ ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไข การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในประเทศญี่ปุ่นในอดีต เพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในอนาคต ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้มีการเผยแพร่รายละเอียดการศึกษาดูงานพร้อมภาพของคณะทางไลน์ ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ใช้ในการประสานกับสื่อมวลชน
ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ก่อนเดินทางร่วมคณะไปประเทศเกาหลีใต้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ก็ได้เดินทางไปดูงานเลือกตั้งประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ตามคำเชิญของ A-WEB ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย