ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/262379
“ศานิตย์-ไทยเบฟ” ปัดไม่เกี่ยวข้องจ้างเป็นที่ปรึกษา
การเมือง >ข่าวการเมือง : 1 มี.ค. 2560
“ผู้ตรวจฯ” เผย “ศานิตย์-ไทยเบฟ” ส่งเอกสารแจงปมสอบจริยธรรม แล้ว ยันไม่เกี่ยวข้องกันทั้งคู่ แต่ยังสอบต่อ ปมข้อเท็จจริงของเอกสาร
1 มี.ค. 60 – นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรองข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุเนชั่นเรดิโอ 102 เอฟเอ็ม ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคำร้องที่ให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีรับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ว่า กรณีดังกล่าวทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเอกสารคำชี้แจงจากบริษัทไทยเบฟ และ จากพล.ต.ท.ศานิตย์ แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดว่าพล.ต.ท.ศานิตย์ปฏิเสธไม่เคยได้รับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัทดังกล่าว ขณะที่บริษัทไทยเบฟ ได้ปฏิเสธว่าไม่เคยว่าจ้างพล.ต.ท.ศานิตย์เป็นที่ปรึกษาเช่นกัน แต่การตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดินยังคงเดินหน้าต่อเพราะยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมคือ รายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่พล.ต.ท.ศานิตย์ได้ยื่นไว้เมื่อดำรงตำแหน่งสนช. กับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร้องขอไปยัง ป.ป.ช.ให้ส่งสำเนารายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมาให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน และล่าสุดทราบว่าวันที่ 2 มี.ค.นี้ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าจะส่งสำเนาดังกล่าวมาให้ผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่
“เอกสารที่ทางภาคประชาชนยื่นมาแม้จะเป็นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่เป็นเพียงสำเนาที่ได้มาจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งเท่านั้น แม้จะมีรายละเอียดและการลงนามแต่ไม่ถือว่าเป็นเอกสารของทางราชการ ดังนั้นผู้ตรวจฯ ต้องรอเอกสารราชการจากทางป.ป.ช.อีกครั้ง จากนั้นจึงจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าน้ำหนักเป็นแบบไหน จะเชื่อ หรือดูความผิดพลาดที่ปรากฏในเอกสาร หากได้เอกสารซึ่งตรงกับสำเนาของผู้ร้องซึ่งปรากฏต่อสาธารณะไปแล้ว ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น” นายรักษเกชา กล่าว
นายรักษเกชา กล่าวด้วยว่า ตามอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินคือทำหน้าที่ตรวจสอบทางจริยธรรมผู้ที่ถูกร้องเรียน หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมร้ายแรง พล.ต.ท.ศานิตย์ ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ สนช. ต้องส่งเรื่องไปตามกระบวนการ กล่าวคือตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ต้องแจ้งไปที่ป.ป.ช.เพื่อให้เป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ฐานะข้าราชการ หากพบการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงต้องส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาตามประมวลจริยธรรมของหน่วยงานต่อไป ซึ่งจะมีประเด็นของการพิจารณาโทษทางวินัยด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความรอบคอบและจะทำให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ เนื่องจากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ไม่มีข้อกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบประเด็นจริยธรรมเหมือนที่ผ่านมา.