“สมชัย” แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263042

การเมือง  :  5 มี.ค. 2560

“สมชัย” โพสต์เฟซฯ แจงละเอียดยิบ กกต.บินดูงานเกาหลีจริง เยี่ยมองค์กรจัดเลือกตั้ง ระบุ เกาหลีใต้จัดการซื้อเสียงเฉียบขาด-เพิ่มโทษหนักขึ้น ทำบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า

           ภายหลังที่ 5 กกต.นำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ของสำนักงาน กกต. เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่าง 28 ก.พ.-5 มี.ค. และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 1-5 มี.ค. นั้น ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่เกรงกลัวที่จะถูกตรวจสอบ หลังสำนักงานตรวจเงินแผ่น(สตง.) ออกมาระบุว่าจะตรวจสอบหลักสูตรอบรมขององค์กรอิสระที่ใช้เงินงบประมาณไปเที่ยวต่างประเทศ

"สมชัย" แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.60 เวลา 08.30 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวชี้แจงภายการเดินทางไปศึกษาดูงานในหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง(กบส.) รุ่นที่ 2 ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 1 มี.ค.-5มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนได้คุยกับ กกต.เกาหลีใต้ กกต.เกาหลีใต้ มีจำนวน 9 คน มีประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่เป็นประธาน บุคคลที่มาต้อนรับและให้ข้อมูลเป็นรองประธาน กกต. ซึ่งทำงานใน กกต.มาก่อนเป็นเวลายาวนาน คำถามที่ผมถาม คือ เกาหลีใต้ขจัดการซื้อเสียงได้อย่างไร ทั้งๆที่เมื่อ 50-60 ปีก่อน สภาพการเมืองการหาเสียง เต็มไปด้วยการซื้อเสียงและใช้อำนาจอิทธิพลต่างๆ

“คำตอบของเขามีดังนี้ 1.มีการแก้กฎหมายเพิ่มโทษ แก่ผู้กระทำผิดใช้เงินซื้อเสียง ทั้งโทษอาญาติดคุก และโทษปรับที่รุนแรง 2.ชาวบ้านที่รับเงิน หรือรับสิ่งของ หากถูกจับได้ ไม่มีโทษอาญา แต่มีโทษปรับเป็นมูลค่าเงิน 10 เท่า เช่น รับแจกบะหมี่มา 1 ห่อ มูลค่า 3,000 วอน. หากจับได้ ถูกปรับ 30,000 วอน 3.กกต.เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กม. ไม่เกรงใจพรรคการเมืองใด แม้เป็นพรรครัฐบาล มีการทำคดีจนนักการเมืองเข้าคุกไปหลายคนแล้ว 4.ประชาชน มีความตื่นตัว ในการใช้สิทธิให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง โดยสามารถเชื่อมโยงได้ว่า การเลือกตั้งที่สุจริต นำไปสู่การเมืองคุณภาพ. และนำไปสู่บ้านเมืองที่เจริญก้าวหน้า”นายสมชัย ระบุ

"สมชัย" แจงยิบ กกต.บินดูงานเกาหลี หลังจ่อถูกสตง.สอบ

นายสมชัย โพสต์อีกว่า ตนยังได้ไปคุยกับสมาคมองค์กรจัดการเลือกคั้งโลก (Association of World Election Bodies) หรือ A WEB ที่ตั้งอยู่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลี องค์กรนี้มีบทบาทในการส่งเสริมการจัดการเลือกตั้งของประเทศสมาชิกให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และมีประสิทธิภาพที่ผ่านมา ได้เข้าไปช่วยหลายประเทศ ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการเลือกตั้ง เช่นที่ เอกัวดอร์ คีจิซสถาน

พร้อมทั้งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณของอาสาสมัครสังเกตการณ์นานาชาติ ในการเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศต่างๆ โดย A WEB ได้ใช้เวลาสั้นๆ ในการนำเสนอความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีสำหรับการเลือกตั้งสมัยใหม่ที่ใช้ในโลกนี้ เข่น เครื่องลงคะแนนอีเล็กทรอนิกส์ เครื่องนับคะแนน เครื่องลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ เครื่องประมวลผล ฯลฯ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า ยินดีสนับสนุนและให้การช่วยเหลือ กกต.ไทย ทั้งในด้านการอบรม และ อุปกรณ์ต่างๆ

นายสมชัย ระบุต่อว่า นอกจากนี้คณะตนยังได้ไปคุยกับสถาบันการให้การด้านการเมืองแก่ประชาชนของเกาหลี (Korean Civic Education Institute for Democracy) หรือ KOCEI ที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด ของกกต.เกาหลี ที่มีกลุ่มเป้าหมายของการให้การศึกษา มี 4 กลุ่ม คือ 1.ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง (voters) 2.ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในอนาคต (future voters) 3.นักการเมือง พรรคการเมือง 4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และมีหลักสูตรอบรมต่างๆร่วมร้อยหลักสูตร มีคนผ่านกระบวนการอบรมกว่าหมื่นคนในแต่ละปี

“คำถามที่ผมถามคือ มีปัจจัยอะไรที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานตั้งมากมายก่ายกองเท่านั้น คำตอบ คือ 1.การให้ความรู้ทางการเมือง civic education ได้อยู่ในกฎหมายกำหนดเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของกกต. 2.โคซี่ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐฉพาะในกิจกรรมดำเนินการต่างๆปีละ 170 ล้านบาท (ยังไม่รวมงบก่อสร้าง ศูนย์อบรมใหญ่ เป็น complex จำนวน 5 อาคาร) 3.ความมุ่งมั่นและจริงใจของรัฐบาลในการให้ความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน โดยเชื่อว่าหากประชาชนรู้การเมืองประชาชนจะช่วยพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้น”นายสมชัย ระบุ

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ตนได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยของเกาหลี ทำให้ทราบปัญหาของการใช้สิทธิ์ของคนไทยในเกาหลี ดังนี้ 1.คนไทยในเกาหลี มีนับแสนคน แต่เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายเพียง 2 หมื่นเศษ ที่เหลือเป็นแรงงานผิดกฎหมาย กลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่ประสงค์แสดงตน กลัวว่าการมาใช้สิทธิ์ จะถูกทางการเกาหลีจับส่งกลับไทย 2.รูปแบบการจัดการเลือกตั้ง สถานทูตใช้หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ (moblie unit) ไปบริการคนไทยในเมืองใหญ่ 5 เมือง อาทิ ปูซาน อินชอน เทจอง อย่างไรก็ตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ยังค่อนข้างน้อย 3.ไม่สามารถใช้ระบบการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้. เนื่องจากระบบไปรษณีย์ยังไม่ดีนัก 4.ระบบการจดทะเบียนผู้มีสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ตที่ กกต.เริ่มใช้ช่วงประชามติ เป็นสิ่งดี แต่ต้องประชาสัมพันธ์หนักกว่านี้

“ผมได้ชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นสำหรับการเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ 1.จะมีประเทศนำร่อง 3 ประเทศ ที่สามารถเลือกตั้งทางอินเตอร์เน็ตได้ คือ นอร์เวย์ จอร์แดน และ กรุงโอซาก้า ญี่ปุ่น 2.จะยกเลิกการส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทย แต่ให้นับคะแนนที่สถานทูต ต่อหน้าคนไทยที่เป็นสักขีพยาน 3.การนับคะแนน จะต้องนับภายใน 24 ชม. หลังจากเวลาปิดหีบที่ประเทศไทย 4.คนไทยในต่างประเทศ สามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครและพรรคการเมืองได้ ผ่านทาง application บนมือถือ ที่กกต.จัดทำขึ้น”นายสมชัยระบุ

Leave a comment