รัฐหน้าตื่น! เร่งดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ผุดซุปเปอร์พีพีพีฟาสต์แทรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889840


“อุตตม” เซ็นคำสั่งตั้งอนุกรรมการ ดูแนวทางร่นระยะเวลาโครงการลงทุนที่เรียกว่า “ซุปเปอร์ พีพีพี ฟาสต์แทรค” เพื่อให้ การลงทุนในอีอีซีเกิดขึ้นรวดเร็ว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของโครงการอีอีซี สำหรับโครงการที่มีรูปแบบการลงทุนลักษณะร่วมภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) โดยส่วนตัวได้รับมอบหมายให้เป็นประธานอนุกรรมการชุดนี้ มีเป้าหมายการทำงานหลัก คือหาแนวทางขับเคลื่อนให้การลงทุนในรูปแบบพีพีพีเร็วขึ้นเป็น “ซุปเปอร์ พีพีพี ฟาสต์แทรค” ซึ่งจะใช้เวลาสั้นกว่าในระบบพีพีพี ฟาสต์แทรคปกติ 9 เดือน

สำหรับโครงการที่จะเข้ามาอยู่ในการพิจารณานั้นมีอยู่หลายโครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่จะต้องลงทุนอยู่แล้ว เช่น โครงการภายในสนามบินอู่ตะเภา ที่มีโครงการที่จะลงทุนแบบพีพีพีอยู่ 5-6 โครงการ เช่น ทางวิ่งใน (รันเวย์) ในสนามบิน อาคารผู้โดยสาร กิจกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เขตปลอดอากร (Free Zone) นอกนั้นก็มีโครงการอื่น เช่น โครงการท่าเรือแหลมฉบัง รถไฟความเร็วสูง โดยใน 1-2 สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีการประชุมอนุกรรมการชุดนี้นัดแรกได้

“โครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่ทุกหน่วยงานทราบว่าต้องทำอยู่แล้ว ดังนั้นการเตรียมการไปพร้อมกัน แทนที่หน่วยงานหนึ่งทำแล้วค่อยส่งไปอีกหน่วยงานหนึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ ซึ่งจะช่วยย่นเวลาลงมาจาก 9 เดือนได้ ซึ่งจะเหลือกี่เดือนนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ แต่แนวทางผลักดันนั้นตอนนี้มีไกด์ไลน์ไว้พอสมควรแล้ว ทั้งหมดจะเพิ่มความมั่นใจได้ว่าโครงการหลักจะเริ่มเดินหน้าลงทุนได้ในปีนี้”

พล.ร.ต.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่า สนามบินอู่ตะเภาจะเปิดเทอร์มินอลใหม่ ภายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 ล้านคนทันที และเมื่อเอาระบบเทคโนโลยีมาช่วย เช่น ระบบเช็กอินด้วยตัวเอง จะสามารถรองรับได้ถึง 5 ล้านคน โดยยังไม่ต้องสร้างเทอร์มินอลเพิ่ม อย่างไรก็ตาม มีแผนร่วมกับรัฐบาลที่จะเดินหน้าขยายความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้รองรับผู้โดยสารให้ได้ถึง 15 ล้านคน ภายใน 5 ปี ซึ่งจะต้องสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ใหม่ พร้อมกับอาคารเทอร์มินอลใหม่ ซึ่งจากการประชุมร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อยากเร่งให้มีการประมูลเร็วที่สุดในเดือน ส.ค.นี้

“นับเป็นโชคดีของสนามบินอู่ตะเภาที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ทำให้ต่อไปจะมี พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ดูแลการลงทุนและการใช้พื้นที่ที่มีขั้นตอนรวดเร็วขึ้น ขณะที่การดำเนินโครงการขยายสนามบินและสร้างให้สนามบินอู่ตะเภากลายเป็นเมืองการบิน ที่มีศูนย์ซ่อมเครื่องบิน คาร์โก้ ทางรัฐบาลจะใช้วิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐในรูปแบบพีพีพี ฟาสต์แทรค ในพื้นที่อีอีซี โดยซึ่งรองนายกฯสมคิดระบุว่า จะใช้เวลาเร็วกว่าพีพีพี ฟาสต์แทรคปกติ ขณะที่ทางสนามบินอยู่ระหว่างจ้าง เอกชนทำแผนแม่บทจะสมบูรณ์ในต้นปีหน้า”

ทั้งนี้ ตั้งแต่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 รองจากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ได้ทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มขึ้น 70% โดยในปี 2559 มีผู้โดยสารกว่า 700,000 คน มีเที่ยวบินกว่า 8,000 เที่ยว จากที่ ในปี 2557 มีผู้ใช้บริการเพียง 150,000 คน และเพิ่มเป็น 170,000 คน ในปี 2558 โดยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นมากเนื่องจากสายการบินไทยแอร์เอเชียมาใช้สนามบินอู่ตะเภาบินไปหลายเส้นทางในลักษณะของเที่ยวบินประจำ จากเดิมที่มีแค่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางเกาะสมุย-อู่ตะเภา และเครื่องบินเช่าเหมาลำ และสิ้นเดือนนี้แอร์เอเชียเปิดอู่ตะเภา-ภูเก็ต และอู่ตะเภา-อุบลราชธานี.

 

Leave a comment