ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891086

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยขณะนี้ กำลังมีทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ภาระหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ในระดับที่ต่ำ เชื่อว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เป็นการสะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจของไทยที่กำลังดีขึ้น “ภาครัฐและภาคธุรกิจรับรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า เงินทุนเคลื่อนย้ายในปีนี้จะมีความผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆมากนัก”
ส่วนนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท.ในฐานะโฆษก ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถือเป็นความผันผวนระยะสั้นๆ ขณะที่ตลาดการเงินบางตลาดปิดทำการ และเมื่อพิจารณาประเทศคู่แข่งพบว่า เป็นภาวะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลในภูมิภาค โดยอัตราแลกเปลี่ยนประเทศอื่นๆแข็งค่าขึ้นเช่นกัน เช่น ไต้หวัน เกาหลี ส่วนทิศทางค่าเงินบาท แม้นโยบายการเงินของเฟดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ แต่นักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ไม่ควรวางใจ ควรติดตามข้อมูลข่าวสาร และการคาดการณ์ของตลาด รวมถึงบริหารและป้องกันความเสี่ยงด้วย
ขณะที่ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% และประเมินว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่วนการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G-20 สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะชี้นำตลาดอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าทางการของไทยอาจเข้าดูแลตลาดเป็นระยะ เพื่อลดความผันผวนจากการดิ่งลงอย่างรวดเร็วของดอลลาร์ฯเมื่อเทียบกับเงินบาท.