ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/224842
วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
“ดวงตา” เป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกายที่สำคัญ เพราะทำให้เห็นสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งดวงตาที่เคยเห็นภาพสดใสกลับกลายเป็นภาพเบลอๆ ไม่ชัดเจน แล้วค่อยๆ “มืดบอดสนิท” คงไม่มีใครอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าดวงตาที่มองเห็นจะไม่มีวันผิดปกติ เพราะหลายโรคที่เกิดขึ้นกับดวงตามักจะมาไม่ทันสังเกตและตั้งตัว โดยเฉพาะเมื่อ…
เบาหวานขึ้นจอตา!!!
กลุ่มงานจักษุวิทยาโรงพยาบาลนครปฐมจึงได้ระดมแพทย์ผู้มีจิตอาสา ร่วมกับบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) รวมพลังคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตาภายใต้โครงการ “รู้เร็ว รักษาได้ ตาไม่บอด” เพื่อสร้างเครือข่ายการตรวจคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตา ประเดิมพื้นที่แรกในเขต อ.เมือง จ.นครปฐม โดยเชิญชวนให้ผู้ป่วยเบาหวานหันมาสนใจดูแลรักษาดวงตาก่อนที่จะมืดดับ
นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากข้อมูลประจำปี 2559 พบว่า ใน อ.เมือง จ.นครปฐม มีผู้ป่วยเบาหวาน 15,678 ราย ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจจอตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ในรอบปีที่ผ่านมาได้รับการตรวจจอตาน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เกณฑ์การตรวจจะต้องได้ร้อยละ 60 การจัดทำโครงการเชิงรุก “รู้เร็ว รักษาได้ ตาไม่บอด” จึงเป็นเรื่องที่ดี
ขณะที่นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า การที่แพทย์ผู้มีจิตอาสามาร่วมสร้างเครือข่ายตรวจคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตา ถือเป็นการริเริ่มโครงการที่ดี เพราะช่วยให้มีการตรวจรักษาที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคที่จะมีผลต่อดวงตาลงได้
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายตรวจคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตา เป็นการคัดกรองเชิงรุกที่จะช่วยป้องกันภาวะ “ตาบอด” จากโรคเบาหวาน ซึ่งโดยทั่วไปอาการผิดปกติจะใช้เวลา 2-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรคที่แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ไม่มีเส้นเลือดผิดปกติ หรือระยะเริ่มต้น รักษาโดยการควบคุมระดับน้ำตาล, ความดันโลหิต, ไขมันในเส้นเลือด และ 2.กลุ่มเส้นเลือดผิดปกติ ต้องรีบทำเลเซอร์, ฉีดยา หรือผ่าตัด ก่อนจะสูญเสียการมองเห็น
“ถ้ามีเครือข่ายคัดกรองที่ดีออกให้ความรู้และกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมาตรวจคัดกรองจอตา จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานจะต้องได้รับการตรวจจอตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามจักษุแพทย์นัด”
ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอตาในกลุ่มรุนแรง อย่าง นายทองอิน บุตรดี อายุ 64 ปี เล่าว่า การมองเห็นพร่ามัว ทำให้ทำงานช้ากว่าปกติ ปัจจุบันไม่สามารถประกอบอาชีพได้เหมือนเดิม และต้องมี “ไม้เท้า” ช่วยในการเดิน ยิ่งในที่มืดไฟสลัวก็จะขอให้ภรรยาช่วยพยุงพาเดิน จึงดีใจที่ได้มีโอกาสมาตรวจและแพทย์ให้คำแนะนำในการรักษา ซึ่งแพทย์ให้มาฉีดยารักษาต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ นางพรรณทิพย์ ตั้งกิจติวัฒน์ อายุ 42 ปี ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอตากลุ่มไม่รุนแรง เล่าว่า ไม่ทราบว่าป่วยเป็นโรคเบาหวานขึ้นจอตาระยะเริ่มต้น เพราะมองเห็นได้เหมือนปกติ การที่เครือข่ายแพทย์อาสาสมัครมาตรวจคัดกรองในครั้งนี้ก็ช่วยให้ตระหนักรู้ได้เร็วก่อนสาย
“เบาหวานขึ้นจอตา” ถือเป็นอีกหนึ่ง “ภัยมืด” ที่อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็น และนำมาสู่ภาวะตาบอดผู้ป่วยจึงจำเป็นอย่างมากที่ควรใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษก่อนที่ภัยมืดนี้จะนำมาซึ่งชีวิตที่ “มืดบอด”
SCOOP@NAEWNA.COM
