ถอดบทเรียน‘เขายายดา’ สถานีรักษ์น้ำ…เพื่ออนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/225541

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

เพราะ “ต้นไม้ต้องรักน้ำ” เป็นของคู่กัน…การจะมีน้ำอุดมสมบูรณ์ก็ต้องมีป่าที่สมบูรณ์ด้วย แต่นับวันผืนป่ายิ่งถูกทำลาย หลายแห่งกลายเป็นภูเขาหัวโล้น เมื่อป่าหาย…สายน้ำก็เหือดแห้ง นำมาซึ่งความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบถึงผู้คนในชุมชน กลายเป็น “บทเรียน” ที่ทำให้หลายพื้นที่หันกลับมา “รักษ์ป่าและน้ำ” มากขึ้น

“เขายายดา”…

ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของพื้นที่ที่ประสบปัญหาข้างต้น โดย “เขายายดา” อยู่ในเขต ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง มีพื้นที่ถึง 28,937 ไร่ ถือเป็นแหล่งผลิต“ออกซิเจน” ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ถือเป็น “ปอด” ของชาวระยอง แต่ประสบกับปัญหาป่าต้นน้ำถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลให้ “สายน้ำ” แห้งขอด เกิดการขาดแคลนน้ำ ชุมชนโดยรอบได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

แต่นั่นคือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ก่อนที่ชุมชนจะตระหนัก และหันกลับมาร่วมกันพลิกฟื้นผืนป่าและสายน้ำ ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)หรือเอสซีจี ผ่านโครงการ “เอสซีจี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต” หลังจากนั้น 9 ปีผ่านไป จากป่าเสื่อมโทรม…

ชุมชนเขายายดาและภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันพัฒนาป่าต้นน้ำด้วยจิตสำนึกและเครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะการสร้าง “ฝายชะลอน้ำ” วันนี้เขายายดากลายเป็นแหล่งต้นน้ำที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทุกสรรพชีวิต และพร้อมจะเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้แก่สาธารณชนทั่วไปในรูปแบบ “แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” อันเป็น “ต้นแบบ” การบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมทั้งระบบ สอดประสานอย่างกลมกลืนไปกับ “วิถีชุมชน”

“ดร.พงษ์ศักดิ์ วิทวัสชุติกุล” ที่ปรึกษาโครงการแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศเขายายดา บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด กล่าวว่า เขายายดาถือเป็นป่าต้นน้ำระดับคุณภาพชั้นที่ 1และ 2 ที่เหลืออยู่ และตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองระยองมากที่สุด เปรียบเสมือน “ปอด” ขนาดใหญ่ ที่มีต้นไม้เป็นดั่ง “เครื่องฟอกอากาศ” ผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้ชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียงให้มีพื้นที่ “หายใจ” ได้อย่างชุ่มปอด นอกจากนี้ยังเป็นดั่ง “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ของชุมชน เพราะเป็นแหล่งอาหาร ยาอุปกรณ์สร้างบ้าน ที่ชาวบ้านหยิบมาใช้ได้

แต่ในอดีตชาวบ้านกลับคิดแต่จะ “ตักตวง” ผลประโยชน์จากป่า ทั้งตัดไม้มาสร้างบ้าน เก็บของป่ามาขาย แผ้วถาง-เผาป่าเพื่อทำการเกษตร ส่งผลให้ป่า “เสื่อมโทรม” ความอุดมสมบูรณ์ที่มีเริ่มหายไป เกิดปัญหา “น้ำขาด-น้ำเกิน” ถึงขั้นวิกฤติ ชาวบ้านทำการเกษตรไม่ได้

“หลังจากได้ศึกษาปัญหา จึงชักชวนชาวบ้านมาร่วมแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างฝายเพื่อกักเก็บน้ำและฟื้นฟูป่า รวมถึงมีกระบวนการสร้างทักษะการคิดแก้ไขปัญหาในชุมชนบนฐานของการพึ่งพาตนเอง จากการรวมพลังชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริกว่า 2,500 ฝาย ส่งผลให้ระบบนิเวศค่อยๆฟื้นตัวขึ้น มีน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรตลอดทั้งปี ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข” ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าว

ด้าน “นายอาสา สารสิน” ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี เล่าถึงความเป็นมาของ “สถานีรักษ์น้ำ เขายายดา” ว่า ในอดีตเขายายดาประสบปัญหาป่าไม้เสื่อมโทรม เกิด “วิกฤติภัยแล้ง” ชาวบ้านได้รับผลกระทบในทุกมิติ กระทั่งปี 2550 เอสซีจีได้ลงพื้นที่ศึกษา ผสมผสานการบูรณาการทางความคิดร่วมกับกลุ่มชาวบ้านผนวกกับทางองค์กรมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำในทุกท้องถิ่น จึงน้อมนำแนวพระราชดำริการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นต้นแบบทางความคิด ตกผลึกสู่โครงการ “SCG รักษ์น้ำเพื่ออนาคต” ที่มุ่งสนับสนุนชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ส่งผลให้ชุมชนมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี

“สถานีรักษ์น้ำเขายายดา เป็นการถอดบทเรียนการทำงาน และรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้จากการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นบนกรอบพื้นฐานความเข็มแข็งและยั่งยืนด้วยตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการจุดประกายให้ผู้มาเยือนเกิดการเรียนรู้ เพื่อนำแนวทางการปฏิบัติของสถานีรักษ์น้ำเขายายดาไปต่อยอดในชุมชนต่างๆทั่วประเทศ” นายอาสา กล่าว

ส่วน “นายสมศักดิ์ สุวรรณจิต” ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า ระยองเป็นจังหวัดนำร่องที่ภาครัฐต้องการพัฒนาให้เป็น “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ภายในปี 2561 สอดคล้องกับโครงการ SCG รักษ์น้ำเพื่ออนาคตที่เข้ามาเป็นกลไกทางความคิดครั้งสำคัญในการพลิกฟื้นพื้นที่แห่งนี้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ยกระดับเป็น“สถานีรักษ์น้ำ เขายายดา” แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของ จ.ระยอง เป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างองค์กรและชุมชน ที่ช่วยส่งเสริมเป้าหมายของจังหวัดได้เป็นอย่างดี

ด้าน “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า วันหนึ่งมีฝนตกลงมาที่ยอดเขายายดา พระองค์จึงคิดที่จะปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก แต่ใช้น้ำปลูกแทน ทรงคิดว่าในเมื่อเราไม่มีอ่างเก็บน้ำแต่เรามีป่าซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำชั้นยอด ทันทีที่น้ำไหลจากที่สูงสู่พื้นราบ เข้าสู่ชุมชน น้ำใต้ดินจะซึมเข้าเรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน ถ้าจะให้ดีเกษตรกรควรสร้างสระน้ำในสวน หรือในพื้นที่ เพื่อเก็บกักน้ำในหน้าฝนอีกชั้นหนึ่ง

“เมื่อน้ำเข้าสู่ชุมชนจะกลายเป็นน้ำเสีย เราก็มีสระน้ำที่ช่วยบำบัดน้ำเสียโดยปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ คือ ใช้แสงแดด สายลม และออกซิเจนในอากาศเข้าไปบำบัด ธรรมชาติจะใช้แสงแดดฆ่าเชื้อ ให้น้ำตกตะกอน เมื่อน้ำใสแล้วนำมาบำบัดโดยพืช จากนั้นปล่อยน้ำเข้าสู่ป่าชายเลนให้กรองอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ต้องซื้อโรงงานบำบัด” ดร.สุเมธ กล่าวทิ้งท้าย

“สถานีรักษ์น้ำ เขายายดา”…

ถือเป็นสถานีรักษ์น้ำสถานีแรกใน จ.ระยอง รวมทั้งเป็นสถานีรักษ์น้ำแห่งที่ 3 ของประเทศไทย จากวันแรกของการลงมือปฏิบัติสร้างฝายชะลอน้ำ จวบจนถึงปัจจุบัน ช่วยให้ชุมชนเขายายดามีความเข้มแข็ง สร้างรายได้จากการเพาะปลูกผลไม้ ที่สำคัญ…บริเวณแห่งนี้อยู่ใกล้กับชุมชนเมืองถือเป็นโอกาสที่ดีในการฟื้นฟูชุมชนเมืองให้มีบรรยากาศที่บริสุทธิ์เปรียบเสมือนดั่ง “ป่าในเมือง” ที่อยู่ด้วยกัน และพึงพาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก

SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment