ทางออก…ประกันสังคม‘ม.39’ ‘เตือนก่อนตัด’สกัดหลุดระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/227880

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัจจุบันประชากรของไทยอยู่ภายใต้กองทุนหลักประกันหลากหลายประเภท สำหรับประชาชนทั่วไปใช้สิทธิ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” นอกจากนี้ยังมี“ประกันสังคม” เป็นกองทุนสำหรับแรงงานทั้งในและนอกระบบ

“มนุษย์เงินเดือน” หรือแรงงานในระบบนั้นอยู่ภายใต้ มาตรา 33 ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน คิดเป็นสัดส่วนลูกจ้างร้อยละ 5 นายจ้างร้อยละ 5 รัฐบาลร้อยละ 2.75 ของฐานเงินค่าจ้าง, “มาตรา 39” หรือผู้ที่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือน ต่อมาออกจากงาน แต่ยังต้องการใช้สิทธิก็จะส่งเงินสมทบต่อ 432 บาทต่อเดือน และ มาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เคยอยู่ในมาตรา 33 และ 39

ทว่า…ไม่นานนี้บรรดาสมาชิก “เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน” ออกมาระบุว่า แต่ละปีมีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต้อง “หลุด”
ออกจากระบบ เพราะ “ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกันครบ 90 วัน”ซึ่งพวกเขามองว่า “ไม่เป็นธรรม” เนื่องจากข้อเท็จจริงแล้วสำนักงานประกันสังคมไม่เคย “เตือนล่วงหน้า” ว่าใกล้ครบกำหนดแล้ว พร้อมยืนยันว่าคนเหล่านี้จำนวนมากไม่มีเจตนา “เบี้ยว”

“ชาลี ลอยสูง” รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวกับ “สกู๊ปแนวหน้า” ว่าปัญหา
ผู้ประกันตนมาตรา 39 หลุดออกจากระบบ เป็นปัญหา “ซ้ำซาก” ที่ผ่านมาเคยมีการ “นิรโทษกรรม” หรือ “คืนสิทธิ” ให้ผู้ขาดส่งเงินสมทบมาแล้ว แต่ไม่นานก็เกิดปัญหาเดิมอีก เพราะไม่มีการเตือนล่วงหน้า

“เขาไม่มีเตือนนะ เขาถือเป็นความรับผิดชอบต่อผู้ประกันตน เขาบอกว่าถ้าต้องเตือนมันทำไม่ไหวหรอกมันทั่วทั้งประเทศ คงต้องไปดูว่ากำลังของประกันสังคมมีเพียงพอหรือเปล่า?” ชาลี ระบุ

รองประธาน คสรท. กล่าวต่อว่า กลุ่มคนที่ขาดส่งเงินสมทบตามมาตรา 39 อาจมีได้ทั้ง 2 สาเหตุ คือ “ลืมจริง”เนื่องจากไม่มีการเตือนล่วงหน้า กับ “แกล้งลืม” คือ ไม่มีเงินทำให้ขาดส่งในบางช่วงเวลา ซึ่งต้องดูเป็นรายกรณีๆไป แต่หากถามว่าจะให้แก้ไขอย่างไรบ้างก็แนะนำว่าให้เตือนด้วย “ข้อความสั้น”(SMS) เพราะยุคนี้ใครๆก็มีโทรศัพท์มือถือใช้กันแล้ว

“ถ้าส่งหนังสือไปทางไปรษณีย์ผมว่าไม่ค่อยได้ผล หลายคนย้ายที่อยู่แล้วไม่ได้แจ้ง เดี๋ยวนี้ทุกคนมีโทรศัพท์กันหมด จะได้ผลเร็วกว่า แต่ก็มีค่าใช้จ่าย ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง” ชาลี ให้ความเห็น

ขณะที่ “ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์” ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 39อาจแบ่งปัญหาได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ขาดส่งครบ 90 วันแล้วถูก “ตัดสิทธิ” และ 2.กลุ่มที่ขาดส่งแบบไม่ครบ 90 วัน แต่ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม การเตือนล่วงหน้าถือเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นสิ่งที่สำนักงานประกันสังคมควรทำ

ยกตัวอย่าง “ธนาคาร” ที่เมื่อไปทำธุรกรรมใดๆ ซึ่งต้องมีการส่งเงินอย่างต่อเนื่องทุกเดือน หากเดือนใดไม่ได้ส่งจะมี SMS เข้ามาในโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้การ “ส่งช้า”นอกจากเงินที่ต้องชำระตามปกติแล้ว ยังมี “ค่าปรับ” ด้วย จึงมองว่าสำนักงานประกันสังคมน่าจะนำระบบนี้มาใช้ เพราะไม่ต้อง “แบกภาระ” ค่าใช้จ่ายอย่างที่กังวล หรือ“ค่าน้ำ-ค่าไฟ” เมื่อก่อนถึงเวลา ถ้าไม่จ่ายก็โดน “ยกมิเตอร์” แต่เดี๋ยวนี้มีการเตือนมากขึ้น

“ผมไม่ได้บอกว่าประกันสังคมผิดนะ แต่นอกจากในแง่กฎหมายแล้ว ต้องมองในแง่ความเป็นธรรมด้วย สมมุติเขาส่งมาตลอด 5-6 ปี ทำไมแค่ขาดไปนิดเดียว แถมไม่เตือนเขา แล้วไปบอกว่าจะตัด ปี’57 หลุดไป 9 หมื่นกว่า พอปี’58 หลุดไปแสนกว่า ก็แสดงว่าไม่มีระบบอะไรเลยที่ไปเตือนเขา”

“ดร.ยงยุทธ” อธิบายว่า ถ้าส่งข้อความเข้า SMS ก็แค่ 3-4 บาท ตรงนี้มี “ค่าปรับ” อยู่แล้ว การเตือนนี่ไม่ได้เตือนเปล่าๆ ถ้าผู้ประกันตนส่งไม่ตรงเวลาก็ต้องมีค่าปรับ 2 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว กับค่า SMS ตนมองว่า “คุ้ม” เพราะ 2 เปอร์เซ็นต์ของเงิน 400 กว่าบาท เท่ากับ 8-10 บาท แต่ SMS แค่ 3-4 บาท เตือน 2 ครั้งยังไม่ถึงเลย ค่าปรับก็ได้อยู่แล้ว ประกันสังคมไม่เสียอะไร

ทั้งนี้ ในมาตรา 39 วรรค 4 ระบุว่า ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง(มาตรา 39) ซึ่งไม่ส่งเงินสมทบ หรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม “ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ยังมิได้นำส่งหรือของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ” สำหรับเศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวันหรือมากกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งเดือนถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง

“ดร.ยงยุทธ” ให้ความเห็นว่า ธรรมชาติของผู้ส่งเงินประกันสังคมตามมาตรา 39 คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายได้อาจไม่เท่ากันทุกเดือน ดังนั้นการขาดส่ง-ส่งไม่ครบ จึงอาจเกิดขึ้นได้ดังนั้นสำนักงานประกันสังคมน่าจะมีมาตรการที่ “ยืดหยุ่น” มากกว่านี้ โดยเปรียบเทียบกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ที่ยังมีมาตรการผ่อนผันหรือ “พักชำระหนี้” ของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระประเภทหนึ่งเช่นกัน

“ทำไมชาวนาเรายังผ่อนชำระหนี้ได้ เลื่อนให้เขาได้ถ้ามีปัญหาเศรษฐกิจ คนที่เขาออกนอกระบบไปแล้ว การส่งเงินเข้ารัฐเขาก็อาจมีปัญหาในบางช่วง แต่เขาไม่มีเจตนาที่จะขาดส่ง ดูธ.ก.ส. เขามีพักหนี้มีผ่อนชำระหนี้ นั่นเขาเงินมหาศาล นี่แค่ 400 กว่าบาท 3 เดือนก็พันกว่าบาท ไม่ได้มากเลย”

นักวิชาการด้านแรงงานจาก TDRI ฝากทิ้งท้ายว่า ตลอดมาประกันสังคมทำงานเบามาตลอด เล่นกับแต่มนุษย์
เงินเดือน คือ มาตรา 33 มาอย่างยาวนาน พวกนี้มีคนส่ง มีคนไปจ่ายให้ แต่มาตรา 39 ไม่มีนายจ้าง เขาส่งเอง อาจมีปัญหามากกว่า แต่ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการ เป็น “บริการ” อย่างหนึ่งที่ต้องดูแลทั้งมาตรา 39 และ 40 ไม่ใช่ว่าไปตามกฎหมายอย่างเดียว ก็ดูไม่ยุติธรรม แล้วไม่ต้องแก้กฎหมายอะไรเลย คือ เขาให้เวลาตั้ง 3 เดือน ทำไม
ไม่ติดตามเขาบ้าง

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 41 ระบุถึงการ “สิ้นสถานะ” ผู้ประกันตนไว้หลายประการ รวมถึงการขาดส่งเงินสมทบติดต่อกันเกิน 90 วัน หรือภายใน 1 ปี ส่งเงินสมทบรวมกันไม่ถึง 9 เดือน…แม้ด้านหนึ่งกฎหมายจะไม่กำหนดให้ “สำนักงานประกันสังคม” ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่อีกด้านหนึ่งการแจ้งเตือนล่วงหน้าถือเป็นหลักประกันความเป็นธรรม เพราะผู้ขาดส่งอาจไม่มีเจตนา

อย่าลืมว่า “หน่วยงานรัฐ” ไม่ว่าองค์กรใด…

เจตนารมณ์คือ “บริการประชาชน”!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment