มอง‘ทะเลจีนใต้’ในมุมจีน ยก4ข้อสู้คำตัดสินศาลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/228783

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

เรียกว่าเป็นข่าวที่ “สะเทือน” ไปทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน หลังจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีรายงานว่า “คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ” ตัดสินให้ฟิลิปปินส์มีอธิปไตยเหนือ “เกาะสคาร์โบโรห์”(Scarborough) อีกทั้งระบุด้วยว่าจีนไม่มีอำนาจใดๆในพื้นที่ “ทะเลจีนใต้” (South China Sea) หลังฟิลิปปินส์ยื่นเรื่องให้พิจารณาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2558 แน่นอนว่าคำตัดสินดังกล่าวทำให้…

ฟิลิปปินส์ “ได้เฮ”…

ขณะที่ฟากฝั่งของจีน “ประกาศกร้าว” ไม่ขอยอมรับคำตัดสินใดๆ ทั้งสิ้น!!!

ปฏิกิริยาของ “พญามังกร” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ทำให้โลกเกิด “แรงกระเพื่อม” กลายเป็นที่หวั่นเกรงว่าจะเกิด “สงครามเย็น” ครั้งที่ 2 หรือเลวร้ายที่สุด คือ เกิด “สงครามโลกครั้งที่ 3” หรือไม่?

เพราะหลังจากมีคำตัดสินออกมา “พญาอินทรี” อย่างสหรัฐอเมริกา โดย จอช เออร์เนสต์ โฆษกทำเนียบขาว เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสิน เช่นเดียวกับ จอห์น แมคเคน ประธานคณะกรรมาธิการด้านกลาโหมของวุฒิสภา และ แดน ซัลลิแวน สว.จากพรรครีพับลิกัน เสนอแนะให้รัฐบาลสหรัฐ ท้าทายอำนาจของจีนในทะเลจีนใต้ ทำให้ทั่วโลกล้วนจับตามอง เพราะสัญญาณดังกล่าวจากสหรัฐกระตุ้นให้…

อุณหภูมิความขัดแย้ง “ระอุ”!!!

กระแสความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนฟิลิปปินส์จะได้เปรียบ ขณะที่จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า มีอำนาจกว่าฟิลิปปินส์มากนัก ถูกมองว่า “ดื้อแพ่ง” หลังจากไม่ยอมรับคำตัดสินใดๆ ทำให้รัฐบาลจีนพยายามเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวโลก

บ่ายวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน จัดเสวนาร่วมสื่อมวลชนไทย-จีน ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่ง “อู๋ จี้หวู่” อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ชี้แจง “ข้อสังเกต” หลายประการเกี่ยวกับคำตัดสินกรณีฟิลิปปินส์ จีน และทะเลจีนใต้

ประการแรก…มีความเข้าใจ “คลาดเคลื่อน” ในสื่อหลายสำนักใช้คำว่า “อนุญาโตตุลาการถาวร” ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “PCA”(Permanent Court of Arbitration) หรือบางสื่อถึงขนาดใช้คำว่า “ศาลโลก” ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ICJ”(International Court of Justice) ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับประเทศไทยในกรณี “ปราสาทเขาพระวิหาร” แต่ในความเป็นจริงเป็นแค่ “องค์คณะจัดตั้งธรรมดา” เท่านั้น

“นี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของศาลโลก และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ PCA แต่ที่เขาไปเกี่ยวกับ PCA เพราะเขาไปใช้สถานที่ของ PCA เท่านั้น” อุปทูตอู๋ ระบุ

ประการที่สอง…“อุปทูตอู๋” อธิบายต่อว่า อนุญาโตตุลาการชุดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมาย
ทะเล ซึ่งจัดตั้งตาม “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล”(UNCLOS) โดยในช่วงที่ฟิลิปปินส์นำคดีเข้าสู่การพิจารณา หัวหน้าศาลขณะนั้นได้เลือกผู้ที่จะเป็นองค์คณะมา 5 คน เป็นชาวยุโรป 4 คน ประกอบด้วย เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และฟินแลนด์ อย่างละ 1 คน กับชาวแอฟริกา คือ กานา อีก 1 คน และแม้กระทั่งผู้ที่มาจากกานา กลับพบว่าพักอาศัยอยู่ในยุโรปมาหลายสิบปี

คนเหล่านี้มีความรู้ความเข้าใจ “สังคมชาวเอเชีย” มากน้อยเพียงใด?

“องค์คณะนี้ไม่มีใครที่รู้จักเรื่องของเอเชียอย่างถ่องแท้เลย” ผู้แทนจากจีน ตั้งข้อสังเกต

ประการที่สาม…อนุญาโตตุลาการชุดนี้ “ไม่มีอำนาจ” ในการพิจารณา เนื่องจากกฎหมาย UNCLOS มาตรา 298 ให้สิทธิกับประเทศต่างๆที่ประสงค์จะ “ไม่เข้าร่วม” หรือไม่ใช้บริการคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ผ่านการออกคำประกาศ Optional Exceptions ได้ ตามหลักการแล้ว จึงไม่ควร “หยิบยก” ขึ้นมาพิจารณาตั้งแต่ต้น

“เราสามารถประกาศตอนเราเข้าร่วมภาคี UNCLOS ว่าวันหลังเราจะไม่เข้าร่วมอนุญาโตตุลาการในภาคบังคับตามข้อบัญญัติของ UNCLOS และจีนก็เป็น 1 ใน 30 กว่าประเทศที่มีคำประกาศเช่นนี้ ในปี 2006 หรือ พ.ศ.2549 ที่กฎหมายUNCLOS มีผลบังคับใช้ ใน 30 ประเทศนี้มี 3 ประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส ไม่มีสหรัฐอเมริกา เพราะสหรัฐไม่ใช่ภาคี UNCLOS ไทยก็มีคำประกาศว่าวันหลังจะไม่ยอมรับหรือไม่เข้าร่วมอนุญาโตตุลาการในภาคบังคับตาม UNCLOS” อุปทูตอู๋ กล่าว

ประการที่สี่…ทางการจีนมองว่า แนวคำตัดสินที่ออกมา “ไม่ยุติธรรม” กับจีน โดย “อุปทูตอู๋” ยกตัวอย่าง “เกาะไท่ผิง”(Taiping Island) ที่อยู่บริเวณ “หมู่เกาะสแปรตลีย์”(Spratly Islands) ในคำวินิจฉัยระบุว่า “ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจีน” ทั้งที่มีหลักฐานว่าทางการจีนได้เข้าไปครอบครองอยู่ตั้งแต่ปี 1947 หรือ พ.ศ.2450 แต่กลับมีคำวินิจฉัยว่าเป็นแค่…

“กองหินโสโครก”!!!

“เกาะไท่ผิง หรือที่เรียกว่า Itu Aba ที่กองทัพก๊กมินตั๋งได้เข้าไปยึดครองตั้งแต่ปี 1947 เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วนั้น เกาะแห่งนี้มีความกว้างถึง 0.85 ตารางกิโลเมตร แล้วก็มีบ่อน้ำของตัวเอง แต่เขาก็ว่าเกาะนี้ไม่ใช่เกาะ” ผู้แทนจากจีน ยกตัวอย่างคำตัดสินที่มีปัญหา

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN) ต่อประเด็นคำตัดสินดังกล่าว ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2559 เนื้อหา “เลี่ยงกล่าวถึง” คำตัดสินแบบตรงๆ มีเพียงการแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าอาเซียน “เสียงแตก” ฟิลิปปินส์กับเวียดนามเรียกร้องให้จีนเคารพคำตัดสิน ขณะที่กัมพูชาร่วมกับจีนคัดค้านคำตัดสิน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีรายงานว่า กองทัพสหรัฐ เตรียมส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-1B Lancer มาประจำการในฐานทัพ “เกาะกวม” ซึ่งใกล้กับทะเลจีนใต้ แทนเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-52 โดยเครื่องบินรุ่นนี้มีความพิเศษ คือ สามารถ “ล่องหน” ออกแบบมาเพื่อหลบการตรวจจับของเรดาร์โดยเฉพาะ ท่ามกลางข้อสงสัยจากนานาชาติว่าจะเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้หรือไม่?

หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น..คงต้องติดตามกันต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment