ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/227706
วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“…หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้เพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่นถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้…” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประจักษ์แจ้งถึงทุกข์สุขของชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรในชนบทว่าที่ยากจนทนทุกข์เพราะทำการเกษตรไม่ได้ผล เนื่องจากขาดแคลน “น้ำ” ด้วยเหตุนี้พระองค์ท่านจึงทรงทุ่มเทพระวรกายในการศึกษา พัฒนา แก้ปัญหา และจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งเรื่อง“น้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเสีย” เพื่อให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ลำพะยังภูมิพัฒน์”!!!
ภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ถือเป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีความพิเศษกว่าที่อื่นๆ นั่นเพราะถือเป็น “อุโมงค์ผันน้ำ”หนึ่งเดียวในเมืองไทย “ใต้พระบารมี”
อีกทั้งยังเปรียบเสมือน “น้ำจากฟ้า” ที่มีคุณค่ายิ่งของชาวบ้าน เพราะช่วยพลิกผืนดินที่ใช้ปลูกพืชทำไร่ทำนาที่ “แตกระแหง” ให้กลับกลายเป็นดั่ง “แผ่นดินทอง”
“ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีก่อน ในหลวงเสด็จฯมายังบ้านกุดสิม อ.เขาวง ขณะที่ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบินผ่านได้ทอดพระเนตรเห็นลำพะยังแห้งแล้งทุรกันดาร จึงทรงวงในแผนที่ เมื่อถึงเขาวงก็ถามชาวบ้านว่าจุดที่วงอยู่ในแผนที่นั้นอยู่ตรงไหน ก่อนจะเสด็จออกนอกหมายกำหนดการด้วยรถยนต์พระที่นั่งออกค้นหา ระหว่างทางทรงเห็นชาวบ้านนวดข้าวริมถนน ก็ตรัสถามว่าข้าวนี้กินได้หรือ เพราะในหนึ่งกำมือเป็นข้าวกินได้แค่ 5% ที่เหลือเป็นเมล็ดข้าวลีบ พระองค์ทรงรู้ถึงปัญหาขาดแคลนน้ำที่ทำให้ผลผลิตไม่ดี จึงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน โดยสร้างแล้วเสร็จในปี 2538”
“อำพล ตมโคตร” หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการชลประทานกาฬสินธุ์ และหัวหน้าโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนฯ เล่าถึงที่มาของ “ลำพะยังภูมิพัฒน์” ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ผันน้ำจาก “อ่างเก็บน้ำห้วยไผ่” ซึ่งอยู่ทาง จ.มุกดาหาร มาเติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำลำพะยัง เพื่อขยายพื้นที่ชลประทานมากขึ้นโดยมีการสร้าง “อุโมงค์ผันน้ำข้ามจังหวัด” ขึ้น เมื่อปี 2546 แล้วเสร็จปี 2552

“อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์” มีการเจาะอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ภูเขา แล้วทำท่อเหล็กลอดใต้อุโมงค์ความยาว 740 เมตร ส่งน้ำจากมุกดาหารเข้ามายังกาฬสินธุ์ โดยมีการทำถังพักน้ำ ทำระบบท่อชลประทาน ใช้ระบบท่อส่งน้ำและหัวจ่ายกระจายน้ำในพื้นที่เกษตรเหมือน “ก๊อกน้ำ” ในนาถือเป็นแห่งแรกของไทย ที่ใช้ระบบท่อจากหัวจ่าย 72 หัวจ่าย โดยอุโมงค์จะทำการผันน้ำส่วนเกินจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มายังถังพักน้ำเพื่อปรับความดัน จากนั้นก็ส่งต่อไปยังพื้นที่การเกษตรของ อ.เขาวง ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่รับประโยชน์ 4,600 ไร่เมื่อได้น้ำจากอุโมงค์ผันน้ำจะเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้เป็น 12,000 ไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 16,600 ไร่ อยู่ใน 3 ตำบล 40 หมู่บ้าน”
“อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อันเกิดจากพระอัจฉริยะภาพในการบริหารจัดการน้ำของในหลวง การันตีได้ว่าส่งน้ำให้เกษตรกรได้ทุกตารางนิ้ว มีการบริหารจัดการภายใต้แนวคิดที่ว่าการใช้น้ำต้องเป็นไปอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ทำให้ชาวบ้านที่ทำเกษตรมีน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี และมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ช่วยให้ผลผลิตการปลูกข้าวของชาวนาเพิ่มมากขึ้นถึง 2-3 เท่า เพราะชาวบ้านที่ทิ้งถิ่นฐานที่แห้งแล้ง เริ่มทยอยกลับสู่ภูมิลำเนา จากเมื่อก่อนปลูกข้าวได้ 200 กิโลกรัมต่อไร่ ก็เพิ่มขึ้นทวีคูณเป็นเท่าตัว คือ 600 กิโลกรัมต่อไร่” อำพล กล่าว
สำหรับการบริหารจัดการ “อุโมงค์ผันน้ำ…ลำพะยังภูมิพัฒน์” เดิมทีชาวบ้านทุกคนต้องการเปิดใช้น้ำช่วงเดียวกัน ทำให้หมู่บ้าน “ปลายท่อ” ขาดแคลนน้ำ จึงนำมาสู่การพูดคุยและบริหารจัดการร่วมกัน ด้วยการจัดตั้งกลุ่มการบริหารใช้น้ำชลประทาน 4 กลุ่ม แบ่งรอบเวรการรับน้ำ จน 10 ปี ให้หลังชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนา มีพฤติกรรมปรับเปลี่ยนไป มีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น จากเดิมขอน้ำ 7 วัน “น้ำเกิน” ก็ปล่อยล้นทิ้งไม่สนใจ ปัจจุบันจะแจ้งและปันให้กลุ่มอื่นได้ใช้ด้วย อีกทั้งมีหลักประกันให้พื้นที่ห่างไกลว่าต้องได้น้ำก่อนด้วย ส่วนการ “ผันน้ำ” ต้องไม่เดือดร้อนชาวบ้านฝั่งมุกดาหาร ดังนั้นปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ต้องเหลือ 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อปี เพื่อป้องกันปัญหา “แย่งชิงน้ำ”
ขณะที่ “วิศักดิ์ อารมณ์สวะ” เกษตรกรสายเลือดภูไท และ “หมอดิน”ผู้อนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ อ.เขาวง เล่าว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯมาพื้นที่ อ.เขาวง พระองค์ทรงเห็นพื้นที่แห้งแล้ง ต้นข้าวให้ผลผลิตต่ำที่สุด ปรัชญาของพระองค์ท่าน คือ “น้ำคือชีวิต” จึงมีพระราชดำริว่าควรมีน้ำใช้ในการเกษตร และเป็นที่มาของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนฯ ที่เข้ามา “ชุบชีวิต” ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา ให้ดีขึ้น มีกินมีใช้ จากเมื่อก่อนที่ “ฝนไม่มา” ก็ไม่มีกิน
“โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนฯ ทำให้เกิดการเกษตรแบบผสมผสานขึ้นในพื้นที่ถ้าเป็นฤดูทำนาก็จะปลูกข้าว ส่วนฤดูแล้งจะปลูกพืชผักเสริมนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานทุกสิ่งทุกอย่างกับเกษตรกร เป็นบุญของพี่น้องชาวเขาวง ที่ได้สร้างฐานะ ให้มีอยู่มีกิน ไม่เดือดร้อนเหมือนในอดีต และยั่งยืนตราบลูกหลานต่อไป” เกษตรกรสายเลือดภูไท กล่าวทิ้งท้าย
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวบ้านใน 3 ตำบล40 หมู่บ้าน ของ อ.เขาวง ถือเป็นความสำเร็จจากอุโมงค์ผันน้ำหนึ่งเดียวในเมืองไทยใต้พระบารมี ที่เกิดขึ้นจาก“พระอัจฉริยภาพ” และ “น้ำพระราชหฤทัย” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อปวงชนชาวไทย อันสอดรับกับคำว่า…
“ลำพะยังภูมิพัฒน์”…
ที่หมายถึง อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่“แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง”…
SCOOP@NAEWNA.COM
