วัคซีนคุม‘ความก้าวร้าว’ มิติใหม่ลดปัญหาคน-ช้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/223664

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

“ช้างป่าตกมัน”!!! กระทืบคนสมองแตกตาย…

“ช้างฝึกใหม่” ขึ้นโชว์วันแรก คลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายนักท่องเที่ยว…ฯลฯ

นี่เป็นบางตัวอย่างของเหตุการณ์ “ช้างทำร้ายคน” ที่เกิดขึ้นเพราะช้างเครียด หรือแม้กระทั่ง “ตกมัน” ทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวมากเกินปกติ โดยเฉพาะช้างป่าที่ระยะหลัง “ล้ำเส้น” เขตแดนออกมา “ปะทะเดือด” กับผู้คนบ่อยครั้ง จนกลายเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายพยายามหาทางออก

รูปแบบของการจัดการปัญหา “คนกับช้างป่า” ค่อนข้างหลากหลาย เช่น สร้างรั้วไฟฟ้า หรือคูน้ำ เป็นต้น เพื่อลดการ “ข้ามเส้นเขตแดน” ของช้างป่า รวมถึง “ทางเลือกใหม่” ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเน้นควบคุมที่ “อารมณ์” มากกว่าควบคุม “พื้นที่” ของช้าง นั่นคือ…

ฉีดวัคซีน…ลดความก้าวร้าว!!!

“ฉัตรโชติ ทิตาราม” อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ค้นคว้าเรื่องนี้ กล่าวว่า วัคซีนนี้มีชื่อว่า “จีเอ็นอาร์เอช” (GnRH vaccine) ที่จะทำปฏิกิริยาควบคุมฮอร์โมน “เทสโทสเตอโรน”(testosterone) ที่มีผลต่ออารมณ์ของช้างโดยตรง ถือเป็นมิติใหม่ที่จะควบคุมความ “ก้าวร้าว” ของช้างไม่ให้ทำร้ายคนได้ โดยการตอบสนองของช้างกับวัคซีนนั้น ถ้าเป็น “ช้างเด็ก” การตอบสนองจะดีกว่า ใช้เพียงเข็มเดียวก็เห็นผลแล้ว และไม่ต้องฉีดซ้ำหลายๆ ครั้ง แต่ “ช้างแก่” มีอายุมาก การตอบสนองจึงมีน้อย จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหลายครั้ง และใช้ปริมาณที่สูงกว่าช้างเด็ก อีกทั้งยังต้องมีการควบคุมติดตามเป็นระยะ

“ต้องฉีดวัคซีนจีเอ็นอาร์เอช ติดต่อกันทุกเดือนเป็นเวลา 1 ปี ปริมาณที่จะฉีดให้ช้างขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนัก และความก้าวร้าวของช้าง บางตัวอาจใช้แค่ 2 ซีซี หรือบางตัวอาจใช้ถึง 10 ซีซี เพราะช้างมีความแตกต่างเฉพาะตัวมากๆ บางตัวฉีดวัคซีนเข้าไปก็สามารถใช้ได้แค่ในระดับหนึ่ง บางตัวฉีดแค่ 3 เข็มก็เห็นผลแล้ว โดยจากการทดลองฉีดในช้างที่ปางช้าง จ.ลำปาง และเชียงใหม่ ได้ผลค่อนข้างน่าพอใจ”

“ฉัตรโชติ” กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการทดลองใช้ใน “ช้างบ้าน” บ้างแล้ว แต่สำหรับ “ช้างป่า” ต้องมีการหารือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า สามารถนำวัคซีนตัวนี้ไปใช้ได้หรือไม่ ถ้าใช้แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง สามารถ “ซ้ำยา” ในช้างตัวเดิมที่เกิดปัญหาได้หรือไม่ คงต้องมีการวางแผนในอนาคตกันต่อไป เพราะยอมรับว่าการทดลองใช้กับช้างป่าทำได้ยาก โดยเฉพาะการ “ฉีดซ้ำ” ในช้างตัวเดิม เพราะช้างป่ามีลักษณะรูปพรรณคล้ายกันมาก อีกทั้งอยู่รวมกันเป็น“โขลง” จึงยากที่จะจดจำได้ว่าฉีดตัวใดไปแล้ว ซึ่งวัคซีนนี้จำเป็นต้องฉีดซ้ำ จนกว่าจะควบคุมความก้าวร้าว และอาการ “ตกมัน” ของช้างได้

สำหรับผลกระทบนั้น จากการทดลองพบเพียง “ระบบสืบพันธุ์” ที่มีการหดตัวตรงบริเวณอวัยวะเพศ ทำให้ช้างไม่สามารถมีลูกได้อีก แต่ถ้าหยุดให้วัคซีนแล้วทิ้งไว้ระยะหนึ่งระบบสืบพันธุ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นนอกจากวัคซีนนี้จะช่วยลดความก้าวร้าวในช้างได้แล้ว ยังช่วย “คุมกำเนิด” ประชากรช้างไม่ให้แพร่พันธุ์มากเกินไปได้อีกด้วย

“ฉัตรโชติ” กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ช้างต้องอาละวาด “ฟาดงวงฟาดงา” เช่น ความเครียดที่เกิดจากการถูกใช้งานหนักเกินไป ถือเป็นความดุร้ายเฉพาะตัว อีกกรณี คือ “ตกมัน” ช่วงนี้ช้างจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย จึงมีลักษณะดุร้ายมากขึ้นกว่าช่วงปกติ…

“จีเอ็นอาร์เอช” จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่น่าจะ
SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment