ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/228285
วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
“หรือชีวิตหมามีค่ามากกว่าชีวิตคน?”…“เจอหมามีเจ้าของ ให้เตะเจ้าของหมา”…“เตะเมียแค่ถูกปรับ แต่เตะหมาถึงกับติดคุก”…ฯลฯ
นี่คือ “วลีฮิต” ที่ปรากฏตามสื่อออนไลน์ ภายหลัง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 หรือ “พ.ร.บ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์” ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2557 ซึ่งหลังจากนั้นมีประเด็น “ดราม่า” เกิดขึ้นรายวัน
มุมหนึ่ง “คนรักสัตว์” โดยเฉพาะ “สุนัข-แมว” รู้สึกดีใจว่าในที่สุดกฎหมายดังกล่าวก็ออกมาเสียทีหลังจากผลักดันกันมานาน เพราะที่ผ่านมามีสัตว์ถูกทารุณกรรมเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีบทลงโทษโดยตรง
แต่อีกมุมหนึ่ง ด้วยความที่กฎหมายนี้มีโทษรุนแรงถึงขั้น “ติดคุก” อีกทั้งมีผู้ถูกจับดำเนินคดี ทำให้หลายคนไม่กล้าทำอะไรสัตว์ แม้จะเข้าข่าย “ป้องกันชีวิต” และทรัพย์สินของตน เช่น เจ้าของไก่ชนไม่กล้ายิงสุนัขของเพื่อนบ้านที่เข้ามากัดไก่ที่ตนเลี้ยงไว้ รวมถึงปัญหา “หมาจรจัด” ก่อความเดือดร้อนรำคาญ คนที่สัญจรไป-มาก็รู้สึก “อึดอัด” ต้องเหลียวซ้ายแลขวาหลบหลีกสุนัขเหล่านี้ เพราะหากไปตอบโต้ใช้กำลัง อาจถูกแจ้งความดำเนินคดี รวมถึงถูกบรรดาคนรักสัตว์ “ประจาน” บนโลกออนไลน์
ที่เวทีเสวนา “ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557” วันที่ 23-24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา “นายนิกร จำนง” ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณากฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า “สิทธิสัตว์” ในสังคมไทยถือเป็น “เรื่องใหม่” โดยตามแนวคิดเดิมช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ฯ ต้องการให้มีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน หรือ “6 เดือนให้หลัง” เมื่อถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีเวลา “ทำความเข้าใจ” กับประชาชน แต่ท้ายที่สุดกลับออกมาเป็นให้ผลบังคับใช้ทันที ปัญหาที่ตามมา คือ…

“สับสน” และ “ขัดแย้ง”!!!
“กฎหมายแบบนี้เป็นกฎหมายใหม่ ต้องให้เวลาประชาชน ผมขอ 180 วัน แล้วกรมปศุสัตว์ที่ดูแลกฎหมายนี้ต้องไปอธิบายกับประชาชน ให้เขาได้เตรียมตัว รออีกแค่ 180 วันไม่ได้หรือ? เพื่อทำให้คนไทยเข้าใจว่ากฎหมายเป็นแบบนี้นะ แต่สุดท้ายเขาประกาศวันรุ่งขึ้น ก็เลยมีแรงสะท้อนไม่จบ เราก็ต้องมาทำความเข้าใจกันต่อ ประเด็นที่ขัดแย้งกันนี่ถือเป็นการทำความเข้าใจของประชาชน” นายนิกร กล่าว
เมื่อกฎหมายถูกประกาศใช้โดยสังคมยังไม่รับรู้และเข้าใจ ด้านหนึ่งบรรดาคนรักสัตว์ก็เริ่มออก “ไล่ล่า” ใครก็ตามที่ทำร้ายสัตว์ เพื่อนำมา “บูชายัญ” ร้องทุกข์กล่าวโทษ จนนำไปสู่การดำเนินคดี หลายกรณีเป็นพฤติกรรมทารุณโหดร้ายจริง แต่บางกรณี “ก้ำกึ่ง” กับการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตน ทว่าเมื่อปรากฏเป็นข่าวว่ามีการจับกุมและศาลมีคำพิพากษาลงโทษ ทำให้คนที่แม้จะไม่ได้ “เกลียดสัตว์” แต่ไม่ได้ “อิน” กับการต้องปกป้องสัตว์ในทุกกรณี รู้สึก “ไม่พอใจ” ทั้งสัตว์และคนรักสัตว์ จนเกิดเป็น “แรงต้าน”
“มันเป็นผลข้างเคียงที่เราไม่ระวัง วันๆ เราจะออกไปล่าคนที่ทำกับสัตว์แล้วเอามาบูชายัญ มันจะต้องไปคิดด้วยว่าจะทำให้สัตว์ได้รับการดูแลอย่างไรจะดีกว่า”
นายนิกร ระบุว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว นอกจากจะมีบทลงโทษต่อการทารุณและทอดทิ้งสัตว์แล้ว ยังมีหลักการเรื่องการ “จัดสวัสดิภาพ” ให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย โดยมาตรา 4 ให้อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ เช่น มาตรา 22 ว่าด้วยหน้าที่ของเจ้าของหรือผู้เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น อีกทั้งหากมีประกาศแล้ว มาตรา 32
ยังกำหนดโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับผู้ฝ่าฝืนด้วย
แม้เรื่องของสุนัขและแมวจะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ แต่จริงๆ แล้ว กฎหมายฉบับนี้ในมาตรา 3 คุ้มครองสัตว์ทุกชนิด…“น.ส.ณัฐภัทร ถวัลยโพธิ” กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยกตัวอย่าง “ช้าง” ในอดีตมีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ “ช้างป่า” เท่านั้น แต่เมื่อช้างป่ากลายเป็น “ช้างบ้าน” มีเจ้าของเลี้ยงไว้ใช้งานก็ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง หรือ “สัตว์พาหนะ” ทั้งช้าง ม้า ลา ล่อ โค กระบือ ไม่เคยมีกฎหมายห้ามการทารุณมาก่อนเช่นกัน
“ช้าง ม้า ลา ล่อ โค กระบือ ที่มนุษย์เลี้ยงไว้เป็นสัตว์พาหนะ ก็ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ส่งผลให้เจ้าของมีหน้าที่ต้องจัดสวัสดิภาพให้ รวมถึงอยู่ภายใต้บทบัญญัติห้ามทำร้ายด้วย” น.ส.ณัฐภัทร กล่าว
อะไรคือการทารุณสัตว์?…หากดูนิยามในมาตรา 3 จะหมายความรวมทั้งการกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ อันทำให้สัตว์
เกิดความทุกข์ทรมานไม่ว่าร่างกายหรือจิตใจ ทำให้บาดเจ็บ ป่วย พิการ ตาย การข่มขืนกระทำชำเราสัตว์ การใช้สัตว์ป่วย ชรา
พิการ ตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ รวมถึงการใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร
ทั้งนี้ มาตรา 20 ระบุว่าห้ามทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยในมาตรา 31 ระบุว่าผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 21 (6) ยังระบุว่า การฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินตามเหตุจำเป็น ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายนี้
“นายสุเทพ ยิ้มละมุล” ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรณีมีคดีความเกี่ยวกับการทารุณสัตว์ ก็ต้องดู “ข้อเท็จจริง” ด้วยว่าเป็นอย่างไร เข้าข่ายมีความผิดต้องลงโทษหรือไม่ หรือถ้าจะลงโทษจะลงโทษในระดับใด แต่โดยทั่วไปแล้ว หากเป็นพฤติกรรมที่ไม่รุนแรง หรือเป็นความผิดครั้งแรก ศาลมักไม่ลงโทษในอัตราสูง
ผอ.สำนักกฎหมาย กรมปศุสัตว์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาชนไม่ต้องไปตกใจ กฎหมายไม่ได้บอกว่าทารุณแล้วจะผิดทันที เขาบอกว่า “โดยไม่มีเหตุอันสมควร” ตรงนี้ต้องดูข้อเท็จจริง ดูบริบทของแต่ละเรื่อง มีข้อเท็จจริงที่ตำรวจและอัยการต้องส่งขึ้นไปว่าควรจะลงโทษหรือไม่ ส่วนโทษนั้น คำว่า “จำคุก” ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โทษจำคุกถ้าดูแล้วไม่รุนแรงอย่างมากศาลก็ไม่ค่อยลงโทษ เขาจะลงแล้วให้ “รอลงอาญาไว้” ยกเว้นที่แรงๆ อย่างเอาสุนัขโยนลงจากตึกลงมาตาย แบบนี้ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องทารุณโหดร้ายมาก คุณจะไปทะเลาะกับใครก็แล้วแต่…
แต่ไม่ควรไปทำกับสัตว์…
เพราะศาลไม่รอลงอาญา!?!?!
SCOOP@NAEWNA.COM
